เมนูอาหารเจ เทศกาลกินเจ

รวบรวม...เมนูอาหารเจอร่อยๆ สูตรอาหารเจง่ายๆ

คลิ๊กเลย >>> รวบรวมเมนูอาหารเจ..อร่อยๆ   สอนทำอาหารเจง่ายๆ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระพุทธจี้กง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระพุทธจี้กง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สัตว์ทั้งหลายต่างก็เป็นดั่งพี่น้องร่วมอุทรของเรา - พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์เมตตา

พระโอวาทพระพุทธจี้กงเมตตา

"เมื่อสักครู่ได้ฟังหัวข้ออะไร ? (ความหมายของการรักษาศีลเจ) ฟังจบแล้วก็ไม่กล้ากินเนื้อสัตว์แล้วใช่ไหม? (ใช่) เช่นนี้กลับไปบ้านก็ไม่กินเนื้อสัตว์อีกแล้วใช่ไหม? (ใช่) ยังไม่แน่ว่าจะทำได้หรอก เพราะจิตเมตตากรุณาของศิษย์ทั้งหลาย ยังไม่หลั่งไหลออกมาอย่างแท้จริง ศิษย์ได้ฟังไปเมื่อสักครู่ ก็เริ่มรู้สึกว่าเราควรจะต้องมีจิตที่เมตตา อยากจะละเว้นการฆ่าปล่อยชีวิตสัตว์ทั้งหลาย อยากถือศีลเจตอนนี้มีความคิดอย่างนี้ใช่ไหม? (ใช่)

แต่ศิษย์ทั้งหลายจะประคองรักษาจิตใจอย่างนี้ได้นานเท่าไหร่ ใจอยากจะถือศีลเจ แต่พอกลับไปถึงบ้าน เห็นคนที่บ้านทำอาหารที่มีเนื้อสัตว์ และก็เป็นเนื้อสัตว์ที่ศิษย์ชอบกินมากอีกด้วย ศิษย์จะทำอย่างไร ศิษย์จิตใจไม่หวั่นไหวจริงๆไหม?  ยังไม่แน่หรอก ดังนั้นจะต้องมีจิตที่เวทนาสงสารสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างแท้จริง สัตว์ทั้งหลายไม่ควรจะต้องถูกคนกินขอถามศิษย์ทั้งหลายว่าสัตว์ต่างๆ สมควรถูกกินเป็นอาหารของมนุษย์หรือไม่?

มีคนบอกว่าสัตว์เดรัจฉานนั้นแผ่นหลังชี้ฟ้า คนจึงกินสัตว์ได้การกล่าวเช่นนี้ย่อมไม่มีเหตุผล เพราะคนเรายามแก่เฒ่าหลังค่อมไหม? (ค่อม) คนที่แก่แล้วหลังค่อม แผ่นหลังชี้ฟ้า อย่างนี้เราก็เอาคนแก่มากินได้ใช่ไหม? (ไม่ใช่) ดังนั้นมนุษย์โลกเพื่อจะสนองความอยากของปาก เพื่อจะสนองความอยากกินเนื้อสัตว์ จึงหาข้ออ้างมากมายสารพัดให้กับตนเอง บ้างก็บอกว่าสัตว์ทั้งหลาย เดิมทีก็เกิดมาเป็นอาหารของมนุษย์อยู่แล้ว แต่ว่าวันนี้ศิษย์ได้รับวิถีธรรมแล้ว มีโอกาสได้เข้าชั้นประชุมธรรมศักดิ์สิทธิ์สามวัน ได้ฟังหัวข้อความหมายของการรักษาศีลเจแล้ว ถึงตอนนี้คิดว่าสัตว์ทั้งหลายสมควรจะให้เรากินเลือดเนื้ออีกไหม?

สัตว์เดรัจฉานนั้นเดิมทีเขาเป็นอะไร?  สัตว์ทั้งหลายก็มีจิตญาณเหมือนกัน แต่เป็นเพราะอดีตชาติเขาทำสิ่งที่ไม่ดี ดังนั้นชาตินี้จึงต้องเวียนว่ายกลายเป็นสัตว์เดรัจฉานถูกคนเข่นฆ่าเชือดเฉือน นี่ก็คือวิบากกรรมของเขา ดังนั้นสัตว์ทั้งหลายไม่สมควรจะต้องมาเป็นอาหารของมนุษย์ ชาตินี้เขาต้องมาเป็นสัตว์เดรัจฉาน หรืออาจจะมีอีกหลายชาติที่ต้องเป็นสัตว์เดรัจฉาน รอจนวาระกรรมเขาหมดแล้ววิบากกรรมที่ต้องได้รับจากบาปกรรมของเขาหมดแล้ว และหากเขาโชคดี อีกทั้งวิบากกรรมมิได้หนักหนา เขาก็อาจจะได้เกิดมาเป็นคนก็ได้ใช่ไหม?  เช่นนี้แสดงว่าเขาก็มีจิตญาณหรือไม่?  เมื่อเขามีโอกาสเกิดเป็นคนได้ ย่อมแสดงว่าจิตญาณของเขาก็มาจากพระแม่องค์ธรรมเหมือนกับศิษย์ทั้งหลาย

มนุษย์โลกต่างก็มีจิตญาณซึ่งแบ่งแยกออกมาจากดวงญาณของพระแม่องค์ธรรมนั่นเอง ดังนั้นสัตว์ทั้งหลายต่างก็เป็นดั่งพี่น้องร่วมอุทรของเราใช่ไหม?  ถ้าศิษย์คิดในจุดนี้ว่าเขาเป็นดั่งพี่น้องร่วมอุทรกับเรา จิตญาณของเขาก็แบ่งมาจากพระแม่องค์ธรรมเหมือนกัน เพียงแต่อดีตชาติเขาทำสิ่งที่ไม่ดี ชาตินี้จึงต้องได้รับผลกรรมเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ต้องเกิดเป็นสัตว์ก็ต้องทุกข์ทนน่าสงสารมากแล้ว ศิษย์ทั้งหลายอย่าได้เบียดเบียนกินเลือดเนื้อเขาอีกเลย ศิษย์ต้องบอกกับตัวเองเช่นนี้ ศิษย์จึงจะสามารถปล่อยชิ้นเนื้อจากปากได้ และหากศิษย์มีปัญญาอย่างแท้จริง ศิษย์ต้องคิดทบทวนดูว่าการกินเต้าหู้ผักสดผลไม้กับการกินเนื้อสัตว์ทั้งหลาย เรารับรู้รสชาติได้ก็แค่ช่วงของลิ้นเท่านั้นเอง ผ่านปากเราจนถึงลำคอ รับรู้รสชาติก็เพียงความยาวแค่สามนิ้วเท่านั้นเอง พอลงไปจนถึงกระเพาะของเราแล้วรสชาติอะไรก็ไม่รู้สึกแล้ว ใช่ไหม?

ดังนั้นการกินอาหารก็เพื่ออิ่มท้องไม่ทำให้ร่างกายหิวจนเสียหายเท่านั้นเอง แล้วเหตุใดเพื่อจะสนองความอยากของปากเราถึงกับต้องเข่นฆ่าทำร้ายชีวิตผู้อื่นด้วย ที่ผ่านมาศิษย์ยังไม่เข้าใจ มีคำกล่าวว่าไม่รู้ย่อมไม่ผิดแต่ตอนนี้เมื่อรู้และเข้าใจแล้ว ก็ควรจะรู้จักปล่อยวางได้แล้ว ใช่ไหม?  แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่รู้ย่อมไม่ผิดหรือเปล่า?  อาจารย์จะยกตัวอย่างให้ฟังเรื่องหนึ่งก็แล้วกัน ถ้าเหล็กแท่งหนึ่งถูกเผาจนร้อนแดง คนหนึ่งที่ไม่รู้ผ่านมา กับอีกคนหนึ่งที่รู้ ทั้งสองชนแท่งเหล็กร้อนนี้ คนที่ไม่รู้โดนแท่งเหล็กร้อนนี้ก็จะไม่รู้สึกร้อนหรือเปล่า? (ไม่) เช่นนี้ศิษย์ทั้งหลายเข้าใจหรือยัง? (เข้าใจ) เพราะฉะนั้นความผิดบาปจากการกินที่ผ่านมา กินเลือดเนื้อเขามามากเท่าไหร่แล้ว วันนี้เมื่อศิษย์ทั้งหลายเข้าใจแล้ว ศิษย์ก็ต้องบอกกับตัวเอง จะต้องบังเกิดแรงปณิธานว่าเราจะไม่กินพวกเขาอีก เราจะไม่เกี่ยวกรรมกับสรรพสัตว์สรรพชีวิตทั้งหลายอีกต่อไป เราจะชำระหนี้สินเวรกรรม เราจะถือศีลเจ เราจะเป็นผู้ที่มีจิตเมตตา

สมัยก่อนมีปราชญ์ท่านหนึ่งชื่อว่า "เมิ่งจื่อ" ท่านได้กล่าวว่า "ได้เห็นสัตว์ที่มีชีวิต ก็ไม่อาจทนเห็นเขาต้องตาย ได้ยินเสียงร้องเจ็บปวดทรมาน จากการถูกเชือดเฉือนไม่อาจกินเนื้อของเขาลง" นี่เรียกว่าจิตที่เมตตากรุณา เข้าใจไหม?

ดังนั้นหนังสือธรรมะ พระโอวาทอริยะปราชญ์ ต้องศึกษาทำความเข้าใจให้มาก ถึงจะรู้ว่าจะบำเพ็ญปฏิบัติอย่างไร สมควรจะมุ่งไปสู่เป้าหมายใด ยังมีจริยะในการดำรงตนปฏิบัติต่อผู้อื่น ต้องรู้จักให้ความเคารพต่อสรรพสัตว์และเวไนยทั้งหลาย ลองย้อนคิดดูว่าหากมีดเล่มนันเชือดเฉือนอยู่บนเนื้อของเราจะเจ็บปวดไหม? (เจ็บปวด) สัตว์ทั้งหลายก็มีความรู้สึก เขาย่อมรู้สึกเจ็บปวดเช่นกัน ดังนั้นท่านเมิ่งจื่อจึงกล่าวว่า ได้ยินเสียงร้องขอชีวิตไม่อาจกินเนื้อของเขาได้เข้าใจไหม?

ต่อจากนี้ไปก็อยู่ที่ศิษย์ทั้งหลายจะไปดำเนินอย่างไร อยู่ที่ศิษย์ทั้งหลายว่ามีจิตเมตตาอย่างแท้จริงหรือไม่ ต้องการจะบำเพ็ญหรือไม่ ต้องการจะวางมีดลงหรือยัง ตั้งความมุ่งมั่นที่จะสำเร็จเป็นพุทธะแล้วหรือไม่ ที่บอกให้ศิษย์ทั้งหลายวางมีดลงก็เพราะเนื้อสัตว์ทั้งหลายที่ศิษย์กินนั้นล้วนผ่านคมมีดมาทั้งสิ้นใช่ไหม? "




วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ร้านอาหารเจประดุจครัวสวรรค์...พึงเอาใจใส่เรื่องราวต่อไปนี้ - พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธจี้กง เมตตา


     "ร้านอาหารเจได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคไม่น้อย นับว่ามีบุญกุศล เดี๋ยวนี้ร้านอาหารเจมีผุดขึ้นมากเหมือนหน่อไม้หลังฝน เป็นการยืนยันว่าผู้ทานเจมีมากเพิ่มขึ้นทุกวัน อาตมาก็หวังจะให้ร้านอาหารเจเหล่านี้ โปรดเอาใจใส่ดังต่อไปนี้

๑. ต้องล้างผักให้สะอาด
เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความสดของผัก เพื่อเพิ่มพูนพลานามัย เป็นการหล่อเลี้ยงรากธรรมให้ยืนยาว

๒. ราคาควรต่ำสุด
     เป็นการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติธรรม เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีความสะดวกสบาย ราคาประหยัด ทั้งเป็นการชักจูงผู้บริโภคทั่วไปได้เข้ามารับบริการด้วย
     เพราะฉะนั้นร้านอาหารเจต้องสะอาด ราคามวลชน ใ้ห้ผู้บริโภคแข็งแรง เป็นการประหยัดเงิน เท่ากับได้ช่วยเหลือผู้ปฏิบัติธรรม หากทำได้เช่นนี้ ก็เปรียบประดุจครัวสวรรค์ เป็นการรวบรวมผู้ปฏิบัติธรรมให้มาสู่แหล่งเดียวกัน รับประทานเจด้วยกันเป็นการสะดวกแก่ผู้ปฏิบัติธรรมจะออกไปหารับประทานภายนอก นับว่าเป็นการสร้างบุญกุศลมหาศาล"

...................................................................................................
หนังสือเส้นทางอริยะ บทที่ ๑๑ แปลโดย ทพ.บัญชา ศิริไกร





วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

บาปเวรมาจากที่ไหน? และแรงกรรมนั้นเกิดขึ้นจากที่ใด? - พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระพุทธจี้กง เมตตา


ทำไมคนเราต้องชดใช้หนี้สินเวรกรรม ชำระบาปเวร บาปเวรมาจากที่ไหน? และแรงกรรมนั้นเกิดขึ้นจากที่ใด?  

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระพุทธจี้กง เมตตา

     "ตนเองนั้นลุ่มหลงจนเกิดความฉงนสนเท่ห์ จึงเกิดเป็นแรงกรรมขึ้นใช่ไหม?  ทำไมคนจึงลุ่มหลงได้?  (เพราะมีโลภ โกรธ หลง) เป็นเพราะโลภ โกรธ หลง ๓ พิษนี้ส่งผลร้ายให้กับเจ้าใช่ไหม?  (ใช่) 

     เป็นเพราะความโลภ โกรธ หลง เข้ามายึดครองจิตมโนธรรมสำนึกของเจ้า ความโลภ โกรธ หลง ที่อยู่ในตัวของเจ้ายึดครองสัญชาตญาณ และบดบังปรีชาญาณของพวกเจ้าไปแล้ว 
                                          เนื่องจากมีความโลภ เจ้าจึงละเมิดศีล ๕ 
                                          เป็นเพราะความโกรธ และความหลง จึงทำให้ศิษย์นั้นละเมิดในศีล ๕  

ศีล ๕ มีอะไรบ้างในใจของเจ้านั้นรู้ดีอยู่แล้วใช่ไหม?  (ใช่)

     ศีล ๕ มีอะไรบ้าง?  (ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่ลักขโมย ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดปด ไม่ดื่มสุรา) ดูเหมือนว่าศิษย์ผู้หญิงจะตอบไม่ค่อยได้นะ ไม่เป็นไร 

     พูดถึงการฆ่า ศิษย์รู้สึกว่าผิดศีลข้อที่ ๑ ไหม?  (ผิด) ผิดอยู่ที่ไหน?  พูดให้ละเอียดอีกสักหน่อย การฆ่านี้ศิษย์ได้เอามีดไปฆ่าสัตว์ไหม?  (มี) ฆ่าอะไร?  (ฆ่าสัตว์) แล้วได้ใช้ ๒ มือไปทำอาชีพเกี่ยวกับการฆ่าไหม?  (ไม่) แล้วได้ใช้ปากไปทำการเข่นฆ่าไหม?  (มี) 
     แม้กินเนื้อเพียงคำเดียวก็ถือเป็นการฆ่าสัตว์แล้ว เมื่อเกิดการฆ่าขึ้นก็จะถูกจดบันทึกความผิดบาปมากมายนับไม่ถ้วน และความผิดบาปนี้มีการสั่งสมมาตั้งแต่อดีตชาติด้วย แรงกรรมตรงนี้ก็จะมากำหนดชะตาชีวิตของเจ้า

     ศิษย์เอ๋ย! ดังนั้นเจ้าไม่ต้องรู้สึกเลยว่าทำไมชาตินี้เจ้าถึงทุกข์ยากลำบากเหลือเกิน แล้วทำไมชาตินี้ถึงมีแต่ความลุ่มๆดอนๆไม่ราบรื่น ก็เนื่องจากแรงกรรมที่ศิษย์แต่ละคนสั่งสมมาตั้งแต่อดีต เป็นตัวควบคุมกำหนดชะตาชีิวิตในชาตินี้ทั้งชาติของเจ้า แต่ว่าถ้าจะอาศัยพลังของการฆ่าอย่างเดียวก็คงไม่มีพลังมากขนาดนั้น ยังมีอะไรอีก การลักทรัพย์ การประพฤติผิดในกาม ความอยาก การพูดปด พูดคำหยาบ ติฉินนินทา สุดท้ายยังมีการดื่มสุราทำให้ขาดสติ

     แท้ที่จริงในโลกใบนี้ ในขณะที่มีเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นย่อมจะมีสาเหตุของมันอยู่ เมื่อเกิดเรื่องเรื่องหนึ่งขึ้นมา ไม่ใช่ว่าจะไม่มีที่มา ไม่มีสาเหตุ 

     ในวันนี้ที่เจ้าเป็นแบบนี้ ไม่ว่าจะร่ำรวย สูงศักดิ์ฺ ยากจน ต่ำต้อยก็ดี หน้าตาสวยงามก็ดี หรืออัปลักษณ์ ขี้เหร่ก็ดี สิ่งเหล่านี้เกิดมาจากเหตุปัจจัยต่างๆประกอบกันขึ้นมา เหตุปัจจัยเหล่านี้ มีทั้งเหตุปัจจัยที่ดีงาม และเหตุปัจจัยที่เลวร้าย ถ้าหากเจ้าสร้างกรรมสัมพันธ์ขึ้นมา ก็เท่ากับเจ้าได้สั่งสมเหตุปัจจัยที่ไม่ดีเอาไว้ ถ้าหากเจ้าปลูกเหตุแห่งชั่วร้าย ผลที่ได้รับจะดีหรือไม่?  

     ในทางกลับกัน หากทุกขณะความคิดทุกการกระทำของศิษย์ปลูกเหตุปัจจัยที่ดี ผลที่เจ้าจะได้รับย่อมเป็นผลที่ดีมีความงดงามอย่างแน่นอน ใช่ไหม?  (ใช่)"




วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ทุกคนรู้หรือไม่ว่า...เวลาที่สัตว์ถูกฆ่าเป็นอาหารนั้นน่าสงสารเพียงใด ? - พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เซียนน้อยจินเหลียนถงจื่อ ผู้ติดตามพระพุทธจี้กง

     
พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์เมตตาประทาน 
เซียนน้อยจินเหลียนถงจื่อ ผู้ติดตามพระพุทธจี้กง  

        "พวกเธอมาสถานธรรม ทานเจอร่อยไหม ? (อร่อย) แต่ว่าบางคนนั้นในใจก็ยังคิดถึงเนื้อสัตว์อยู่เลย อย่างนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีนะ...

ทุกคนรู้หรือไม่ว่าเวลาที่สัตว์ถูกฆ่าเป็นอาหารนั้นน่าสงสารเพียงใด ลองคิดถึงตอนที่เธอไม่ทันระวังโดนมีดบาดก็เจ็บจนร้องลั่นบ้านแล้ว แต่เวลาที่พวกเธอถือมีดไปฆ่าสัตว์ทำเป็นอาหาร ก็ไม่ได้ฉีดยาชาให้เขา เขาจะเจ็บปวดขนาดไหน เวลาที่พวกเธอรับการผ่าตัดยังต้องฉีดยาชาให้จึงจะไม่รู้สึกเจ็บปวด แต่พวกเธอไม่ได้ฉีดยาชาให้สัตว์แล้วฆ่าสัตว์เหล่านั้น พวกเขาต้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

ดังนั้นพวกเธออย่าได้เข่นฆ่าชีวิต เพราะว่าการเข่นฆ่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เธอฆ่าสัตว์ใด ผลกรรมจะตามสนอง ต่อไปภายภาคหน้าสัตว์เหล่านั้นก็จะมาฆ่าเธอคืน

พวกเธอลองมองดูภัยพิบัติในตอนนี้ นับวันก็ยิ่งมากขึ้นใช่ไหม ? (ใช่) ล้วนเป็นเหตุมาจากแรงกรรมแห่งการฆ่าก่อให้เกิดขึ้น เพราะว่าเธอเอาแต่ฆ่าสัตว์กันไม่หยุดหย่อน พวกเขาก็จะโกรธแค้นอาฆาตเคียดแค้นชิงชังมาก กระทั่งถึงเวลาที่สัตว์เหล่านั้นกลับชาติมาเกิดกายเป็นคน ก็ถึงคราวที่เขาจะกลับมาฆ่าพวกเธอ เช่นนี้ช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน

การเข่นฆ่าชีวิตนั้นเป็นบาปกรรมที่หนักมาก เพราะว่าเธอเข่นฆ่าชีวิต เธอก็จะเหมือนกับยักษ์มาร พวกเธอเห็นว่าคนฆ่าคนนั้นเป็นเรื่องที่น่ากลัวใช่ไหม ? (ใช่) เธอก็จะบอกว่าคนคนนั้นเป็นยักษ์มาร หากเธอจับมีดไปฆ่าสัตว์ สัตว์ก็จะบอกว่าเธอเป็นยักษ์มารใช่ไหม ? (ใช่)

        ฉะนั้นพี่ๆ ทั้งหลายจะต้องรู้จักหยุดการเข่นฆ่า รู้จักปล่อยชีวิตสัตว์ เพราะว่าหากพวกเธอฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แรงเคียดแค้นอาฆาตของสัตว์เหล่านั้น ก็จะยิ่งทำให้โลกนี้นับวันยิ่งไม่สงบสุข เพราะว่าแรงอาฆาตเคียดแค้นก็จะก่อเกิดเป็นภัยพิบัติสนองกลับมา ทว่าแรงแห่งความเคียดแค้นของคนก็จะก่อเกิดเป็นภัยพิบัติเช่นกัน

ฉะนั้นพวกเธอควรมาพุทธสถานศึกษาหลักธรรม ก็คือมาฝึกฝนเรียนรู้การปล่อยวางความเคียดแค้นอาฆาตในจิตตน นี่ก็คือการบ้านที่สำคัญที่สุดของชีวิตคน 


หากภายในใจของพวกเธอมีความเคียดแค้นอาฆาต ก็จะเกิดความไม่พอใจต่อเรื่องราวทุก ๆ อย่าง และจะรู้สึกไม่พอใจต่อคนทั้งหลาย คนๆ หนึ่งหากมีความไม่พอใจมากเกินไป ก็จะทำเรื่องที่ผิดทำนองคลองธรรม เพราะว่าในใจมีแต่ความเคียดแค้นชิงชัง สิ่งที่มองเห็นล้วนไม่ดีไปเสียหมด ทั้งที่จริงแล้วเป็นหลักธรรมที่ดี แต่ก็กลับรู้สึกว่าเป็นมิจฉาธรรม เพราะไม่รู้จักสงบใจนิ่งลงฟังดู"





วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

อุดรอยรั่ว - พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธจี้กง เมตตา


พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธจี้กง เมตตา

"ถังที่ใช้อยู่ที่บ้านศิษย์เคยเห็นไหม แต่ถังใบนี้ก้นรั่ว จะใส่น้ำได้เต็มไหม กุศลเราก็เหมือนกับน้ำในถังใบนี้ ในเมื่อใส่ได้ไม่เต็มถัง จะมีเผื่อแผ่ไปให้กับคนอื่นได้ไหม ?...(ไม่มี ) เราจึงต้องมาอุดรอยรั่วอันนี้ก่อน

แล้วทำอย่างไรถังใบนี้จึงแตก... ประการแรก ถ้ายังทำความชั่วควบคู่กับความดีไปด้วย นั่นคือก็ยังใส่น้ำให้เต็มถังไม่ได้ เพราะฉะนั้น ต้องอุดรอยรั่วนี้ก่อน

อีกประการหนึ่งที่ทำให้ถังใบนี้รั่วก็คือ การที่เรานั้นทานเนื้อสัตว์อยู่...

การทานเนื้อสัตว์คือการเกี่ยวกรรมกับสัตว์ แม้ศิษย์สร้างกุศล แต่กุศลนั้นก็ต้องคืนให้เจ้ากรรมนายเวร แล้วจะทำอย่างไรจึงจะอุดรอยรั่วนี้ได้ เราต้องรู้จักที่จะเบาบางลง จนกระทั่งเรานั้นไม่ทานเนื้อสัตว์ 

ไม่ใช่ให้เวลาตนเองจนไร้เขตจำกัด เราต้องมากำหนดตัวเองว่า เราจะเลิกทานเนื้อสัตว์ภายในเวลาเท่าไหร่ ต้องพยายามให้ได้

บางคนว่า...ค่อยเป็นค่อยไป แต่ไม่รู้ถึงปีไหน ค่อยเหลือเกิน ใช่หรือไม่...(ใช่ ) ค่อยหนึ่งปีก็แล้ว ค่อยสองปีก็แล้ว ค่อยสามปีก็แล้ว ยังเลิกไม่ได้อีก ใช่หรือเปล่า...( ใช่  )"





วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

กับข้อสงสัยที่ว่า....สัตว์เดรัจฉานเหล่านี้ หากว่าเราไม่กิน มันไม่บินกันเต็มท้องฟ้าหรือ ? - พระโอวาทพระพุทธจี้กง เมตตา


บำเพ็ญธรรม จิตใจดี มีเมตตา กรุณา

      อาจารย์จะให้แนวทัศนคติกับเจ้าไว้ ผู้ที่บำเพ็ญโพธิสัตวธรรม ทุกครั้งที่เกิดจิตดำริจะต้องรักษาความสำนึกที่ดีงามไว้ ทุกหนทุกแห่งจะต้องเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่ง

บางคนอาจจะอยากถามอาจารย์ว่า...สัตว์เดรัจฉานเหล่านี้ หากว่าเราไม่กิน มันไม่บินกันเต็มท้องฟ้าหรือ ?

อาจารย์จะบอกกับเจ้า หากเจ้าคิดว่า เป็ด ไก่ ปลา เกิด มาให้คนกิน ทว่าเสือก็กินคน อย่างนี้คนก็ต้องยอมให้เสือกินใช่หรือไม่ หรือยุงที่ดูดเลือดคน เจ้าก็ต้องเลี้ยงยุงไว้ดูดเลือดเจ้าใช่หรือไม่ ยุงกัดเจ้า เจ้าตบยุงไหม ฉะนั้นอย่าเห็นแก่ตัว เอาใจเขามาใส่ใจเรา

เราลองมาแจกแจงดู ว่าทำไมจึงมีเหตุต้นผลกรรม อันว่าเหตุต้นผลกรรมนี้ ไม่ว่าจะนับถือศาสนาไหนๆ ก็เลี่ยงไม่พ้น เกิดมามีชีวิตย่อมจะต้องเวียนว่ายอยู่ในกฏแห่งกรรม

น้ำเป็นพลังงาน
เมื่อน้ำอยู่ในโรงงานผลิตไฟฟ้า น้ำคือหน่วยพลังงาน
น้ำไหลไปถึงเครื่องกำเนิดไฟฟ้า กลายเป็นพลังไฟฟ้า
พลังไฟฟ้าไหลต่อไปกลายเป็นพลังแสงสว่าง
แสงสว่างไหลต่อไปกลายเป็นพลังความร้อน
ดังนั้น น้ำโดยตัวของมันไม่ใช่ไฟฟ้า ไฟฟ้าไม่ใช่แสงสว่าง แสงสว่างไม่ใช่ความร้อน

แต่ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงองค์(องค์ ส่วน ภาค ลักษณะ) หนึ่งเท่านั้น เป็นการปริวรรต(หมุนเวียน เปลี่ยนแปลง) ของสมรรถ(สามารถ) พลังงานอย่างหนึ่ง เป็นการเปลี่ยนย้ายคุณสมบัติปริมาณ

ดังนั้นขณะเจ้ามีกำลังมากเจ้าจะขึ้นสู่เบื้องบน ไม่มีกำลังเจ้าจะตกลงล่าง

หากไม่บำเพ็ญจะตกลงสู่การเวียนว่ายในภูมิวิถีหก ภูมิวิถีหกนี้ล้วนเป็นเพราะมนุษย์ทำให้เกิดการเวียนว่าย

เป็นการกระทำของมนุษย์ขณะมีชีวิตในแต่ละชาติ ตัดสินจากพลังปริมาณของกรรม

เดรัจฉานไม่ใช่คน คนไม่ใช่ยุง แล้วทำไมจึงเปลี่ยนกันไปมาได้ นี่คือความหมายอันเดียวกัน

ดังนั้น จึงต้องบำเพ็ญธรรม จึงจะมีพลังในการบุกทลายกำแพงแห่งเหตุต้นผลกรรมได้ จึงจะขึ้นสู่เบื้องบนได้ หากไม่ปฏิบัติบำเพ็ญก็จะไม่มีบุญกุศล ย่อมตกลงสู่ภพภูมิล่าง หวังว่าพวกเจ้าทุกคนจะพึงระมัดระวัง





วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2555

"เนื้อสัตว์ที่ศิษย์กินเข้าไปทุกชิ้น ก็เป็นเวรกรรม" - พระโอวาทพระพุทธจี้กง เมตตา


พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์เมตตา - พระพุทธจี้กงเมตตาประทานพระโอวาทกล่อมเกลา ความว่า...

          "เนื้อสัตว์ที่ศิษย์กินเข้าไปทุกชิ้น ก็เป็นเวรกรรม เป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นทุกๆครั้งไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจเขารายล้อมรอบตัวเราพร้อมที่จะดึงทึ้งทำร้ายเราทุกเมื่อ เมื่อเขามีโอกาส"

           วันนี้มาอยู่ที่นี่ฟังธรรมะ เขาพูดเรื่องการกินเจกันทั้งวันตอนนี้เรารู้ว่า การกินเนื้อเขานั้นเป็นบาป เป็นอกุศล แต่เราติดอะไร เรามีนิสัยความเคยตน คือติดรสชาติที่เราปรุงแต่งขึ้นใช่หรือเปล่า แล้วเราก็ติดในสิ่งนี้รสชาติเกิดที่อวัยวะส่วนไหนของร่างกาย(ลิ้น) ลิ้นมีกี่นิ้ว(สามนิ้ว) ร่างกายมีนับไม่ถ้วนนิ้ว สูงก็สูง ใหญ่ก็ใหญ่ แต่แพ้ลิ้นสามนิ้ว ถ้าหาก เอาเนื้อสัตว์แดงสดๆ ให้ศิษย์จะกินไหม ? (ไม่กิน) เพราะไม่อร่อย กลัว พยาธิ กลัวโรคภัยไข้เจ็บ แต่ปรุงแล้วเราก็กล้ากิน การปรุงก็คือเราเป็น ผู้ปรุง เปรียบเสมือนกิเลสที่มีในใจของเรา เสื้อสวยสักตัวก็คือผ้าหนึ่งผืนบ้านสวยหลังหนึ่งก็คือ อิฐ ปูน ทราย รกเก๋งคันใหญ่ก็คือเหล็กอันหนึ่ง จริงๆ แล้วเนื้อสัตว์ที่กองอยู่ในจานอาหารบนโต๊ะของเราก็คือ ไก่ที่ร้อง ได้ กะพริบตาได้ หมูในจานก็คือหมูตัวหนึ่งที่เคยมีชีวิตและพร้อมที่จะ วิ่งชนเรา ถ้าเราทำร้ายเขา เพียงแต่ตอนนี้เขาตายไปแล้วไม่มีชีวิต ไม่มีเรี่ยวแรงต่อสู้ โกรธก็ได้แต่โกรธอยู่ในใจ กรรมก็เป็นของเรา เมื่อมี กรรมแสดงว่าเราต้องหากุศลมาทดแทน มาใช้คืน

           ศิษย์กินเนื้อสัตว์ทุกวัน แต่หากุศลทุกวันไหม ถ้าศิษย์กินทุกวันต่อให้หากุศลคืนเขาได้ทุกวันก็แค่เท่าตัวจะมีกุศลเหลือพอไปเป็นพุทธะไหม ?  กินเจไม่มีกุศลเพียงแต่ไม่สร้างกรรม ฝึกเมตตาจิตของตนเองให้เรานั้นเป็นผู้ที่มีเมตตาสูงขึ้น อันเป็นคุณธรรมที่สมควรจะฝึกฝนอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นตอนนี้สิ่งที่รู้แล้วเราไม่ทำ กลับไปบ้านแล้วเราก็ยังกินเนื้อสัตว์ ครั้งแรกพลาด ครั้งที่สองเขาเรียกว่า เผลอ ครั้งที่สามเรียกว่าตั้งใจ บาปไหม ? (บาป) คนที่ผิดซ้ำสองซ้ำถามอย่างนี้เป็นพุทธะได้หรือเปล่า เพราะฉะนั้น วันนี้เรามาฟังธรรมะมองคนรอบข้างเขาทำสิ่งใดที่เราควรจะเลียนแบบบ้าง อย่างเช่นเขากินเจใช่หรือเปล่า ไม่ต้องมองว่าเขาพูดจาเสียงดังไม่เกรงใจเราเลย ให้มองแต่สิ่งที่ดี ๆ เหมือนหนังสือที่เราดู หนังสือธรรมะควรจะดูไหม (ดู) หนังสือโป๊ๆเปลือยๆ ควรดูไหม (ไม่ควร)
           เพราะฉะนั้น... ต้องระวังตนเอง เนื้อสัตว์ที่ศิษย์กินเข้าไปทุกชิ้น ก็เป็นเวรกรรม เป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นทุกๆครั้งไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจเขารายล้อมรอบตัวเราพร้อมที่จะดึงทึ้งทำร้ายเราทุกเมื่อ เมื่อเขามีโอกาส อาหารเจกับอาหารเนื้อสัตว์ อะไรอร่อยกว่ากัน ? (เจ) อย่างนี้กินอาหารเจดีไหม ? (ดี) กินตลอดชีวิตเลยได้หรือไม่ ? (ดี)

           สิ่งที่ศิษย์ได้ศึกษาอยู่ขณะนี้อาจารย์บอกได้ว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดขออย่าได้นำธรรมะที่ศิษย์รับไปนั้นไปเปรียบเทียบกับสิ่งใด ศิษย์ลองมองดูสิว่าร่างกายหนึ่งร่าง มีดวงจิตหนึ่งดวงใช่ไหม การที่ธรรมลงมาโปรดในโลก ไม่ใช่ว่าตอนนี้จึงจะโปรด แต่โปรดมานานแล้ว โดยที่ศิษย์ไม่รู้ ในครานี้เป็นโอกาสเปิดกว้าง โปรดธรรมะลงสู่ปุถุชน ศิษย์เองเป็นปุถุชน เพราะฉะนั้น โอกาสนี้ควรมิควรที่ศิษย์จะรักษาไว้ (ควร) ถ้าศิษย์บำเพ็ญในยุคสามที่เปิดกว้างนี้ อาจารย์บอกได้เลยว่า คนที่บำเพ็ญนั้นสามารถจะหลุดพ้นได้ อยู่แต่เพียงว่าจะบำเพ็ญได้ทันแค่ไหนเท่านั้น ชีวิตคนมีร้อยปี ถ้าบำเพ็ญวันละ 2 นาที จะทันไหม (ไม่ทัน) วันหนึ่งยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้าทุกเวลาทุกนาที ศิษย์รู้จักมองตนเองแก้ไขตนเองแล้วสร้างกุศลให้มากๆ ตามกำลังที่จะทำได้ การที่ศิษย์ได้รู้ที่ตั้งแห่งจิตนี้จึงสามารถที่จะหลุดพ้นได้ แต่กรรมก็ต้องใช้ให้หมดด้วยชีวิตนี้เกิดมาเราอายุไม่เท่าไร แต่ที่ผ่านมากี่ภพกี่ชาติก็ต้องใช้กรรมที่สะสมมาให้สิ้น ทำอย่างไรจะใช้กรรมหมดล่ะ(สร้างกุศลเร่งบำเพ็ญธรรม)

          อาจารย์ถามคำถามง่ายก็จริง แต่อย่าคิดว่าคำตอบนี้ง่าย เพราะว่าแต่ละคำตอบย่อมต้องนำกลับไปปฏิบัติจึงจะได้ผล มีคนคิดว่าถามคำถามอะไรก็ไม่รู้ แต่ศิษย์ควรจะรู้คำตอบนี้ ตอบแล้วต้องทำให้ตลอดชีวิต ถ้าได้แต่ตอบไม่นำกลับไปทำก็ไม่มีค่า ต่อให้ธรรมะล้ำค่ากว่านี้แต่ศิษย์ไม่ได้นำกลับไปปฏิบัติเลย ทุกวันนอนอยู่กับบ้านแล้วก็ออกไปสังสรรค์ ขับรถกลับมาบ้านเหนื่อยขอนอน ที่สุดแล้วชีวิตก็เป็นปุถุชนแล้วจะพูดอะไรถึงพุทธะ ตอนนี้ทุกเวลาทุกนาทีของเรามีค่าไหม เราไม่รู้ว่าเราจะเกิดความท้อถอยวันไหน ชีวิตของเราจะตกอับในวันไหนเรารุ่งเรืองแล้วเราจะลืมตัวหรือเปล่า เราไม่สามารถจะคาดคะเนชีวิตของเราได้เลย บางคนเกิดความกลัวหรือเกิดคาดหวังก็ชอบไปดูหมอดูแต่มนุษย์ก็พูดไว้ได้ดีว่า หมอดูคู่กับอะไร (หมอเดา) ชีวิตของเราจะสำเร็จต้องไปดูหมอดูไหม ? (ไม่จำเป็น)

         ชะตาชีวิตของเรานั้นเปลี่ยนได้แม้ว่าชะตาชีวิตของศิษย์จะเป็นเช่นนี้ แต่หากว่าศิษย์รู้จักที่จะแก้นิสัยความเคยชินของตัวเอง ในที่สุดชะตาชีวิตของเราก็จะเปลี่ยน ถ้าหากทุกวันศิษย์ชอบเดินไปในทางที่มีท่อที่เขาขุดไม่เสร็จวันหนึ่งก็ต้องตกท่อแต่ถ้าศิษย์แก้ไขทางเดินให้ราบเรียบ ถึงศิษย์เดินไปอีกสิบหนแม้หมอดูบอกว่าต้องตกท่อตาย แล้วจะตกไหม ? (ไม่ตก) เพราะฉะนั้น จะแก้ไขวิถีทางชีวิตแห่งปุถุชนของตนให้ดีขึ้นอย่างไร (กินเจ...ไม่สร้างเวรกรรมเพิ่มขึ้น) เช่นนั้น งดเบียดเบียนสัตว์ งดกินเนื้อสัตว์ดีไหม ?






วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข้อพึงระวังสำหรับผู้ตั้งปณิธานชิงโข่ว(ทานเจบริสุทธิ์ตลอดชีวิต) พระโอวาทพระพุทธจี้กง


ข้อพึงระวังสำหรับผู้ตั้งปณิธานชิงโข่ว(ทานเจบริสุทธิ์ตลอดชีวิต) พระโอวาทพระพุทธจี้กง

1. ชัดเจนในส่วนผสมของอาหาร ทานเจแล้วต้องทานอย่างเคร่งครัด

ก่อนทานอาหารเราต้องพิสูจน์ให้แน่ชัดเสียก่อนว่า เป็นอาหารเจจริงหรือไม่ ?...
มิใช่เห็นเขาเขียนว่า "เจ" ตัวเดียวก็คิดว่าทานได้ เช่นนี้ยังขาดปัญญา...








อ้างอิง http://www.96dharma.com/archives/2551

วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

พระโอวาทพระพุทธจี้กง เมตตาประทาน [หัวข้อต่างๆเรื่องการกินเจ]



ส่งเสริมคนให้กินเจ ทำไมชวนยากชวนเย็นเหลือเกิน ?

ใครๆ ก็รู้ว่าเราเป็นผู้บำเพ็ญธรรม เราทานเจ เราไม่เบียดเบียนเลือดเนื้อกระดูกเขา แต่เวไนย์อีกมากมายเขายังไม่รู้ เขายังละไม่ได้ เราไปบอกเขากินเจดีอย่างโน้นอย่างนี้ เลิกเถอะเลิกเบียดเบียนเขาแล้วหันมากินเจ พูดเสียมากมาย แล้วทำไมไม่ลองทำไปให้เขาทานดู !...

ลองนึกดู ! เหมือนกับเราตอนแรก เรายังทำไม่เป็นก็แค่ผัดผักเขียวกินเฉยๆ รสชาติอย่างนี้ใครจะเอา วันนี้เราทานเจ อาหารเจมีมากมาย อยู่ที่เรารู้จักที่จะดัดแปลงแล้วแบ่งปันให้เวไนย์ได้ลิ้มลอง เช่นนี้จิตเมตตาจึงจะมีโอกาสหลั่งไหลออกมาได้ ไม่ใช่เมตตาเพียงแต่ปาก !...

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง เมตตาประทาน

แม่ครัวทำอาหารแสนโอชะ ทำไมคนก็ยังไม่อยากกินเจ ? 

กินเจแล้วเจ็บออดๆ แอดๆ ใครจะมากินด้วย กินเจแล้วยังมีอารมณ์ พูดจาหยาบคายดุด่า ครอบครัวแตกแยก อย่างนี้ใครจะหันมากินเจร่วมกับเรา...

เพราะฉะนั้น กินเจแล้ว...จะต้องขัดเกลาแก้ไขอุปนิสัยที่ไม่ดีในตัวเองให้เกิดความสมบูรณ์เสียก่อน จึงจะสามารถเป็นบรรทัดฐานที่จะนำพาผู้อื่นให้ร่วมบำเพ็ญกับเราได้ เราจะได้พูดอย่างภาคภูมิว่าเรามีดีอะไร...

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง เมตตาประทาน

ทานเจอย่างไร ทานแล้วเพิ่ม "บารมี" ? 

การทานเจที่ถูกวิธี คือ ยิ่งทานยิ่งไร้อารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง ยิ่งวางได้ ไม่ฟุ้งซ่าน มิใช่กินเพื่อตัดกรรมอย่างเดียว หรือมิใช่ทานเพื่อเปลี่ยนสีธงบนศรีษะของเราเท่านั้น แต่จะต้องลดละฉันทา ๖ และอารมณ์ ๗ ให้เบาบางลง เรากินผักแล้วต้องเบาทั้งกาย และบางทั้งหนี้กรรม !...

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง เมตตาประทาน

คนที่ "ทุศีลเจแตก" จะฉุดช่วยเขากลับมาได้อย่างไร ?

ศิษย์กี่คนแล้วที่ตั้งปณิธาน ?... และมีศิษย์เท่าไหร่แล้วที่ทุศีลเจ ?...ศิษย์หลายคนที่ท้อถอยไม่ปฏิบัติธรรม ?...

อาจารย์ถ่ายทอดธรรมทุกคน พวกเราทุกคนกล้ารับประกันให้เขาเหล่านั้นได้หม ?...(ได้)

มีความกล้าที่จะแบกรับตรงนี้ใช่ไหม !... ล้วนแล้วแต่ยอมที่จะแบกรับตรงนี้ กล้าที่จะแบกรับบาปของเวไนย์ไช่ไหม !...

เราจะรอให้เขาล้มเลิกทานเจก่อนแล้วค่อยมาแบกรับอย่างนี้หรือ !... ขณะนี้ปกป้องเขาเอาไว้ก่อน นั่นเป็นสิ่งสำัคัญกว่า...

                                         พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง เมตตาประทาน

เมื่อภัยพิับัติมาถึง จะรอดพ้นได้อย่างไร ?

เภทภัยปัจจุบันมีมากมายใช่หรือไม่ ?...

ในวันข้างหน้า โรคระบาด ภัยธรรมชาติ อาหารความอดอยาก จะเกิดขึ้นทีละอย่างปรากฏให้เจ้าเห็น พวกเจ้าที่เคยเห็นมาเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น ภัยพิบัติของวันข้างหน้ามันเกินกว่าที่พวกเจ้าจะจินตนาการออกมาได้...

เคยคิดไหมว่าจะใช้วิธีไหนที่จะรอดพ้นจากเภทภัยเมื่อโรคระบาดมาถึง มีแต่คนที่กินเจเท่านั้นที่สามารถหลบภัยในครั้งนี้ได้ วันข้างหน้าโรคภัยทั้งหลายล้วนแต่อาศัยร่างกายของสัตว์มาแพร่เชื้อ...

วันข้างหน้าเมื่อเกิดภัยพิบัติ มีแต่คนที่สร้างบุญสร้างกุศลจึงจะสามารถรอดพ้น วันข้างหน้าอาหารขาดแคลนและอดอยาก มีแต่คนที่ำบำเพ็ญจริงจังรู้จักถนอมบุญ จึงสามารถรอดพ้นเภทภัยได้...

ขอเตือนศิษย์ทั้งหลายต้องรักษาโลกใบนี้ ข้าว น้ำ ไฟฟ้าต้องรักษา อย่าสุรุ่ยสุร่าย ถ้าไม่มีน้ำจะไม่สะดวก ใช่หรือไม่ ?... เพราะอะไรจะไม่่มีน้ำ เพราะพวกเจ้าไม่รู้จักทนุถนอม ล้างถ้วยพระ...น้ำที่เหลือเอามาถูพื้นได้ เอามารดต้นไม่ได้ นั่นก็คือการรู้จักถนอมและประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ เข้าใจไหม...

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง เมตตาประทาน

พระอาจารย์ไขปมปัญหา ทานเจทำไมไม่มีบุญกุศล ?

อย่าคิดว่าเราละหนี้กรรมจากเขา เราทานเจแล้วจะมีบุญกุศล มีหรือไม่มี ?...
         
ไม่มี !... ทุกคนต่างก็ทราบดี เราเพียงแต่ตัดหนี้กรรมที่ผูกพันเราในอดีตชาตินั้นให้ขาดลงในชาตินี้ แต่ที่ผ่านๆมาเราก็ยังเป็นหนี้กรรมเขามากมายใช่หรือไม่ แล้วเราจะเอาอะไรไปชดใช้เขาเล่า ?... (บุญกุศล)

แล้วมีหรือยัง...

มันจะมีได้อย่างไรในเมื่อเราไม่ได้ไปสร้างเลย !...

เราจะเข้ามาสู่ประตูธรรมได้ กว่ารากบุญ กว่าบุญสัมพันธ์จะมาถึง และกว่าจะถึงวันนี้ อาจารย์โปกปัดหนี้กรรมให้ศิษย์แล้วเท่าไหร่ บรรพบุรุษของเจ้าเองกำลังรอรับส่วนบุญกุศลจากพวกเจ้า แต่ในเมื่อยิ่งบำเพ็ญ บุญกุศลก็ยิ่งไม่มีเพิ่มเติม บรรพบุรุษกว่าจะสร้างบุญสัมพันธ์จนให้พวกเจ้ามารับวิถีธรรม แต่ตัวเขาเองกลับรออยู่ที่นรก พวกเจ้าเคยคิดถึงพระคุณอันนี้หรือเปล่า ฟ้าเมตตามาเท่าไหร่ เคยระลึกถึงบุญคุณฟ้าดิน คิดถึงบุญคุณอาวุโส บ้างหรือไม่...
                                                                    
พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง เมตตาประทาน

"ผู้ที่ส่งเสริมเวไนย์กินเจ บุญกุศลนั้นยิ่งใหญ่มาก"

อ้างอิง จากหนังสือแม่ครัวหัวใจรักธรรม 

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

齋 เจ Vegetarian

พระโอวาทพระพุทธจี้กง 
เมตตาประทานในชั้นชิงโข่วปัน ณ พุทธสถานเต๋ออิน กรุงเทพมหานคร
วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543

มวลชีวิตต่างมาด้วยแรงกรรมตนกระทำดีชั่วรับผล
เกิดตายหลายชาติเวียนวกวนทนทุกข์ยากหลุดพ้นคืน
ได้กายเป็นคนแสนประเสริฐน้อมนำใจเปิดรับแสงสว่าง
กล้ำกลืนตื่นรับวิถีชี้ทางพ้นทุกข์ัดั่งสิ้นภัยผจญ
วิถีกินอยู่ดีร้ายระฆังสะท้อนปลุกจิตหมองย้อนคืนใส
คลับคราดังฝันเขาละลุกเบากรรมไกลสุขเนิ่นนาน
สุขใดเท่าเบาเนื้อเลือดจากกายบาปห่างสลายสิ้นทรมาน
โลกีย์ไม่สิ้นส่องไกลจิตเมตตาปัญญากายพลีพร้อมดีงาม
กุศลสร้างเสมอแม้ไม่เลิศล้ำครองใจใจละกรรมสนิท
ไร้หนี้สร้างสัมพันธ์ผูกเทพจิตพุทธางดงามเวลาสวดแต่ภาวนา
ละกรรมปากสลายหนี้นอกในวิสุทธิ์ทุกไผทมนต์กอปรกรุณา
ล้างเวรไม่เสริมกรรมดั่งธรรมธาราสามบริสุทธิ์ภาวนาใจอาทร
คุณค่าอนันต์เริ่มกันวันนี้ปลดปล่อยชีวีศรัทธาจริงใจ
พิภพไร้เสียงเพรียกร้องอาลัยเืมื่อนั้นแดนไกลสงบร่มเย็น

พระโอวาทซ้อนพระโอวาท

    น้อมรับวิถี    ชี้ทางพ้นทุกข์
ดั่งระฆังปลุก     ลุกจากฝันร้าย
ละเลือดเนื้อเขา  เบาจิตเบากาย
บาปกรรมห่างไกล  ไม่ผูกหนี้กรรม
เสริมจิตเมตตา  ปัญญาเลิศล้ำ
ครองจิตในธรรม  ดั่งเทพพุทธา
กายใจงดงาม  ทุกสามเวลา
สวดมนต์ภาวนา  ศรัทธาจริงใจ
กอปรแต่กรรมดี  พร้อมพลีใจกาย
กลืนกินคราใด  ไม่สร้างหนี้กรรมเวร



บทความที่ได้รับความนิยม