วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

"ตำหนักวิญญาณสี่ชนิดคืนชีพ" - พระโอวาทพระพันปี

           

          "ใครหนอว่าหลักธรรมแห่งสากลโลก (หรือที่ทุกวันนี้คนทั้งหลายนิยมเรียกว่า "กฎแห่งกรรม") ไม่มีการตอบสนองนะก็ดูพวกสัตว์สี่ชนิดนั้นเถิด วัว ม้า ไก่สัตว์ปีก ปลา แมลง ยุง ตัวหนอนนั้น ชาติก่อนต่างก็สร้างเหตุต่างๆ ซึ่งไม่เหมือนกันดังนั้นชาตินี้จึงมีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันไป คนเป็นสิ่งที่มีค่าสูงยิ่งในบรรดาสรรพสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลายในแดนมนุษย์ที่เรียกว่า "บ่วง" (สัตว์ประเสริฐ หรือสิ่งประเสริฐแห่งนานาพันธุ์) ต้องถนอมรักษาบุญวาระที่เกิดมาเป็นมนุษย์ จงรีบแสวงหาธรรมบำเพ็ญศีลและก็ปลอบเตือนสัตว์สี่ชนิดที่เรียกอยู่ในมวลสรรพชีวิตทั้งหลายต่างเจียมตัวเจียมกาย เพื่อลบล้างบาปเวรเปิดทางเดินที่สว่างไสวจากช่องทางของสัตว์ขึ้น มุ่งหวังที่จะกลับคืนสู่ร่างมนุษย์โดยเร็ว อย่าให้เหมือนแมงมุมที่ใต้ชายคาบ้านทอใยสร้างข่ายพรางตา ขลุกตัวเองอยู่ในนั้นตลอดชาติไม่สามารถหลุดพ้นออกจากร่างแห"

        "ถนนหนทางในแดนนรกขมุกขมัวนัก แต่ละวันมีแต่เสียงร่ำไห้โอดครวญ คนตายก็โศกเศร้าร่ำไห้ สัตว์ตายครวญครางไม่หยุดหย่อน สัตว์สี่ชนิดที่ไปเกิดในแดนมนุษย์ส่วนมากถูกชาวโลกเฉือนฆ่า เมื่อชีวิตถูกคมมีดเฉือนเอาขณะนั้นตกใจกลัวจนตะลึงพรึงเพริดขวัญหนีดีฝ่อ อยากจะหาทางเอาชีวิตรอด แต่ด้วยเหตุที่มีกำลังอ่อนแอกว่าจึงไม่สามารถดิ้นหลุด จึงได้แต่แหกเสียงหวีดร้อง ราวกลับว่าถูกนำส่งตะแลงแกงทำการประหาร ดวงวิญญาณจุดนั้นล่องลอยไปยังใต้บาดาล "ตำหนักวิญญาณสัตว์สี่ชนิดคืนชีพ" กำลังทำการรับเอาดวงจิตวิญญาณ เพื่อคืนชีพให้อยู่ในร่างมนุษย์ แล้วก็ตามบุญตามกรรมที่ตนก่อไว้สนองรับไปเพื่อที่จะได้ชำระล้างบาปจากเหตุซึ่งสร้างไว้แต่ปางก่อน ศิษย์ทั้งหลายถ้าไม่ตั้งตนอยู่ในทางธรรม จิตใจโหดร้าย ทำสิ่งไร้ศีลธรรม ขัดหลักธรรมแห่งสวรรค์และไม่กลัวความตายนั้น เมื่อตัวตายแล้วถูกหมุนเวียนไปเกิดเป็นสัตว์พวก รก ไข่ น้ำ แยกกายเกิดเป็นสัตว์สี่ชนิดนั้นอย่างแน่นอน"

พระโอวาทพระพุทธจี้กง เมตตา

..........................................................................................................................................................................................

เรื่องราว "ตำหนักวิญญาณสี่ชนิดคืนชีพ" - จากหนังสือท่องนรก 

        ( เนื่องด้วยฟ้าเบื้องบนเมตตา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกเมตตา ประทานธรรมะลงปกโปรดในยุคท้ายนี้ผู้น้อยจึงมีโอกาสได้รับการส่งเสริมจากนักธรรมอาวุโสให้ได้มีโอกาสกราบขอรับวิถีอนุตตรธรรม แลได้มีโอกาสศึกษาธรรมะเข้าใจรู้ซึ้งตื่นจากความหลงติดแ่น่นแต่เดิมทีถึงเหตุใดผู้บำเพ็ญธรรมพึงละเว้นกรรมปาก เปลี่ยนแปลงตัวเองหันมารับประทานอาหารเจ ได้มีโอกาสกินเจเว้นกรรมตัดหนี้สินเวรกรรมในอดีตชาติอันเนิ่นนานนอนเนื่องที่เคยได้ดื่มเลือดกินเนื้อพี่น้องร่วมอุทรธรรมญาณมานับไม่ถ้วนชีวิตจิตญาณ กราบขอฟ้าเบื้องบนเมตตา เจ้ากรรมนายเวรทุกท่านในอดีตชาติเมตตา ประทานอภัยในความผิดบาปที่เคยได้กระทำมา โอกาสนี้ผู้น้อยขออนุญาตเกริ่นนำฝากความในใจสักเล็กน้อยถึงญาติธรรมทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านบทความ จากผู้ดูแลบล๊อก :

         แท้ที่จริงสรรพสัตว์น้อยใหญ่ล้วนเวียนเกิดเวียนตายจากมนุษย์ เหตุเพราะหลงผิดประกอบอกุศลกรรมจึงตกสู่ห้วงอบายภูมิเช่นนั้นแล พึงมีจิตเมตตากรุณาสงสารให้สรรพสัตว์ได้มีโอกาสสำนึกผิดบาปจากความผิดที่เคยได้ก่อกระทำมาแต่อดีตชาติเมื่อหนี้กรรมคลายลงจักได้มีโอกาสได้รับความเมตตาจากฟ้าเบื้องบน ไปตามกระบวนการเพื่อให้ได้มีโอกาสกลับกลายร่างมาเกิดเป็นมนุษย์อีกคราเพื่อปฏิบัติบำเพ็ญประกอบคุณงามความดียังประโยชน์แก่ตัวสรรพสัตว์เองที่ได้มีโอกาสกลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง แลสรรพสัตว์เองเมื่อเขาได้มีโอกาสเป็นมนุษย์อีกคราก็สามารถบังเกิดโพธิจิตฉุดนำมวลเวไนย์อันมีอาจประมาณอย่างมิเหนื่อยหน่ายสมดังพระมหากรุณาธิคุณของฟ้าเบื้องบนเมตตา
         เมื่อเราทราบเช่นนี้แล้วว่าแท้จริงจิตญาณทั้งในตัวเรามนุษย์และสรรพสัตว์นั้นล้วนมาจากแหล่งเดิมปางก่อนเฉกเดียวกันแล้วใยเราจักไม่มอบความรักเมตตาให้โอกาสส่งเสริมเขามิตัดรอนชีวิตและิจิตใจของสรรพสัตว์เพื่อให้เค้าได้มีโอกาสหวนกลับมาเป็นมนุษย์ในเร็ววัน เปิดทางใ้ห้โพธิจิตของเขาดำเนินในวิถีธรรมต่อไปอย่างราบรื่นจนสำเร็จมรรคผลเฉกเดียวกันกับพระพุทธะโพธิสัตว์ทั้งหลายเทอญ
         เริ่มต้นที่ตัวเราเองเถิดเข้มงวดและลงแรงที่จิตเราเองเถิดค่อยๆละวางตัดเสียซึ่งความอยากของตัวเราเพื่อเปิดทางให้ทุกชีวิตได้ดำเนินสู่โพธิวิถี กินเจเว้นกรรม...ทำได้เลยมิต้องรีรอ เราขออวยชัยให้ทุกท่านมีพลังเต็มเปี่ยมเพื่อสร้างกำลังใจที่เข้มแข็งแลแสดงออกมาอย่างกล้าหาญ เปล่งจิตเมตตากรุณาแห่งโพธิสัตว์ในตัวท่านที่มีอยู่สมบูรณ์เช่นนั้นเองแล้วแต่เดิมทีมีมาพร้อมโอบอุ้มสรรพสิ่งร่วมเดินเจริญตามรอยปราชญ์อริยานำพาสันติสุขอันแท้จริงบังเกิดสู่โลกาเทอญ )

.................................................................................................................................................................................................

พระโอวาทพระพันปี ปกครองดูแล ตำหนักวิญญาณสี่ชนิดคืนชีพ

            "ตำหนักวิญญาณสี่ชนิดคืนชีพ" นี้ชาวโลกรู้กันน้อยมาก เนื่องจากมีพระราชโองการให้แต่งหนังสือ "เที่ยวเมืองนรก" ท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่(เง็กเซียนฮ่องเต้)มีเทวโองการบัญชามาจึงได้เปิด "ตำหนักวิญญาณสี่ชนิดคืนชีพ" รับท่านเข้ามาเยี่ยมชมเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย

ข้าพเจ้าปกครอง "ตำหนักวิญญาณสี่ชนิดคืนชีพ" อยู่ในตำแหน่งพระพันปี เพราะสี่ชนิดเช่นเต่ามีชีวิตยืนนานถึงพันปี ดังนั้นข้าพเจ้าจึงขนานนามว่า พระพันปี ไม่เรียกว่ายมบาล บรรดาผู้ที่มีความชั่วร้ายอุบาทว์กรรมเวรเต็มตัวในเมืองมนุษย์ เมื่อผ่านการลงโทษจากสิบขุมแล้ว ก็ถูกตัดสินเข้าสู่หนทางเกิดของสัตว์ สัตว์สี่ชนิดคืนชีพในหกทางแห่งเวียนว่ายตายเกิด เมื่อไปเกิดยังโลกมนุษย์ก็ถูกเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนหัว สูญไปซึ่งร่างกายมนุษย์ที่มีค่ายิ่ง

สัตว์สี่ชนิดแยกออกเป็นการเกิดจากรก เกิดจากไข่ เกิดจากน้ำ และเกิดจากการแยกกายสี่จำพวก เกิดจากรกเป็นชั้นที่หนึ่ง เกิดจากไข่เป็นชั้นที่สอง เกิดจากน้ำเป็นชั้นที่สาม เกิดจากการแยกกายเป็นชั้นที่สี่ 

เนื่องจากวิบากกรรมมาก จึงไปเกิดในแดนมนุษย์รับกรรมสนองตอบคืน เมื่อสี่ชนิดตายลงแล้ว เพราะเหตุว่าเกิดจากรก เกิดจากไข่นั้นดวงวิญญาณเหมือนมนุษย์ เป็นดวงวิญญาณที่สมบูรณ์ พวกเกิดจากน้ำ เกิดจากการแยกกายนั้นมีเวรกรรมหนักมาก ดวงวิญญาณถูกแยกออก ดังนั้นที่เกิดจากน้ำเกิดจากการแยกกายสองชนิดนี้ การคืนชีพจึงค่อนข้างยาก ต้องคอยดวงวิญญาณรวมตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน วิญญาณนั้นจึงจะสมบูรณ์แบบ จึงสามารถคืนชีพเป็นตัวมนุษย์ได้

           ข้าพเจ้าจะอธิบายให้ฟัง ความเป็นอยู่ทั่วพิภพนั้นล้วนอาศัยอากาศธาตุศักดิ์สิทธิ์เป็นพลังโคจรหมุนเวียน ดังนั้นศาสนาเต๋าจึงมีสิ่งที่เรียกว่า อากาศธาตุศักดิ์สิทธิ์ (หรือธาตุอันดับ 1) นี้แปลงออกเป็น 3 ภาค (หรือ 3 ภพ) ซึ่งความจริงแล้วธาตุอันดับ 1 นี้แปลงได้ไม่ ใช้แค่สามภาค (ภพ) เท่านั้น แต่สามารถแปลงได้เป็นหมื่นภาค เช่นนี้แล้วฟ้าก็มีธาตุฟ้า ธรณีก็มรธาตุธรณี มนุษย์ก็มีธาตุมนุษย์ ฟ้าธรณีมนุษย์มีการหายใจเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ถ้าหากธาตุฟ้าขาดลง ฟ้าก็ถล่มลง ธาตุธรณีขาดลง ธรณีก็จะทลายลง ธาตุมนุษย์ขาดลงมนุษย์ก็จะวายปราณ อากาศธาตุแท้อันนี้ก็คือธาตุจิต

ก่อนหน้านี้ไม่นาน นักวิทยาศาสตร์เมืองมนุษย์ได้พิสูจน์แล้วปรากฏว่ามี "แรงดึงดูดของโลก" แต่ยังไม่ทราบว่ามี "แรงดึงดูดของฟ้า" "แรงดึงดูดของมนุษย์" สิ่งใดที่ลอยขึ้นฟ้านั้นก็คือเป็นผลแห่งแรงดึงดูดของฟ้า สิ่งทึบที่ถ่วงลงนั้นก็คือดินเป็นผลแห่งแรงดึงดูดของธรณี เกิดความอยากความใคร่เป็นผลแห่งแรงดึงดูดของมนุษย์ เมื่อมีแรงดึงดูดสามประเภทนี้แล้ว จึงร่วมกันสร้างให้มีสัตว์โลกทุกชนิด เพราะเหตุว่าในจำพวกสัตว์สี่ชนิด ทางเกิดของสัตว์ล้วนแล้วแต่มีกรรมเวรหนักหนาในชาติก่อนทั้งนั้นเมื่อตายลงก็ถูกความแรงแห่งธรณีดูดดึงเอา จึงต้องตกลงยมโลกรับการพิจารณาโดยอัตโนมัติ หากว่าผู้ที่ได้บำเพ็ญธรรม ดวงวิญญาณเบาและแจ่มใสเปล่งปลั่งก็ลอยขึ้นบนฟ้าโดยอัตโนมัติถึงยมทูตจะคุมตัวมาแดนนรกก็ไม่สามารถทำได้ ประหนึ่งว่าลูกโปร่งขนาดใหญ่ซึ่งมีแก๊สอัดเต็มอยู่ภายใน ลอยอยู่บนอากาศคนจะดึงมันไว้ แต่กลับถูกมันดึงลอยไป ดังนั้นชาวมนุษย์จะเป็นพระอรหันต์เทวดา เป็นภูตผี ล้วนต้องอาศัยธรรมที่ตนบำเพ็ญในมนุษยโลก ส่วนที่จะช่วยกู้วิญญาณบิดามารดานั้นต้องอาศัยบุญกุศล มิเช่นนั้นแล้วจะจ่ายเงินเป็นพันๆ ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ผู้ที่จะช่วยเหลือกอบกู้บรรพบุรุษนั้น เจ้าตัวต้องประพฤติดี บำเพ็ญธรรมในตัวเอง แล้วยังจะต้องมีการสร้างพิมพ์แจกหนังสือธรรมด้วย เป็นงานกุศลใหญ่ยิ่งอันดับหนึ่ง

ดังนั้นพระอรหันต์เทวดาจุติสู่โลก จุดประสงค์ที่จะช่วยกู้มวลมนุษย์เป็นจุดใหญ่อันดับแรก และคัมภีร์หนังสือธรรมก็คือเสียงสวรรค์อรหันต์จากเทวดา เป็นหลักแก่นสำคัญในการประพฤติบำเพ็ญทางจิตใจ ฉะนั้นการเผยแพร่ตำราคัมภีร์พิมพ์หนังสือธรรมนั้น จึงเหมาะสมตรงต่อความมุ่งหมายของพระอรหันต์เทวดา มีความดีความชอบที่ยิ่งใหญ่โดยอาศัยความดี กุศลกรรมนี้ส่งย้อนไปยังวิญญาณของบรรพบุรุษ เป็นทางเดินที่สะดวกในการพ้นทุกข์ ถ้าหากจะสวดมนต์กอบกู้ชักนำต้องมีตำราหนังสือธรรมเป็นที่พึ่งเสียก่อน จุดนี้แหละชาวโลกควรจะรู้ไว้ นอกนั้นเช่นช่วยเหลือจุนเจือคนยากคนจน ส่วนสาธารณกุศลก็เป็นสิ่งที่สมควรกระทำอีกอย่างหนึ่ง

           แต่ละสิ่งล้วนมีวิญญาณสิงอยู่ เว้นเสียแต่ต่างกันในรูปร่างเท่านั้น มีวิญญาณที่ปราดเปรื่องเหมือนมนุษย์  ชาวโลกชอบกินอาหารพวกเนื้อ แน่นอนละ ต้องการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง แต่ไม่คิดว่าสัตว์สี่ชนิดล้วนเป็นการแปลงกายมาจากมนุษย์ที่มีบาปเวรชั่วร้าย ร่างของมันมีธาตุแห่งไม่ซื่อสัตย์สุจริตชนิดหนึ่ง และตอนที่มนุษย์ฆ่ามันตายนั้น มันก็ดิ้นรนเพื่อจะหนีเอาชีวิตรอดในใจหวาดกลัว การหมุนเวียนของโลหิตทั่วกายก็ผิดปรกติเครื่องในทุกส่วนเกิดมีสารพิษ เมื่อมนุษย์ฆ่ามันตายแล้ว ดื่มกินเลือดเนื้อของมัน แม้จะมีประโยชน์ แต่ส่วนมีโทษได้หลบสิงอยู่ภายใน หากมนุษย์เกิดมีอาการเกร็งเครียดขณะหวาดหวั่นตกใจกลัว โลหิตก็แปรสภาพ ถ้าประสบเหตุการณ์ชนิดนี้บ่อยๆ เข้า ร่างกายจะต้องเกิดเจ็บป่วยลง นี่คือการเจ็บป่วยที่เกิดจากจิตใจ มนุษย์ที่แข็งแรง หน้าตามีน้ำมีนวล ราศีเปล่งปลั่ง ถ้าหากตายลง ทั่วร่างกายก็ปรากฏสีเขียวดำ เรียกว่าศพ เมื่อมนุษย์กินซากศพของพวกสัตว์ ก็มีสารที่ไม่สะอาดอยู่แล้ว มีทั้งประโยชน์และให้โทษอยู่คู่กัน พวกนักวิทยาศาสตร์ก็เคยแนะนำให้กินแบบมังสวิรัติ (กินเจ) เลี้ยงชีพ บรรดาผู้ที่บำเพ็ญธรรมแม้ว่าจะไม่สามารถตัดขาดการกินของมีชีวิต ก็ควรที่กินน้อยลงจะดีกว่า เพื่อไม่ให้ธาตุสกปรกเต็มตามร่างกาย มิเช่นนั้นแล้วจะชำระสะสางผลธรรมให้หมดจดบริสุทธิ์ก็ทำได้ยากมาก การกล่าวถึงว่าจะบาปหรือไม่บาปนั้น ยังเป็นประเด็นที่รองลงมาเป็นอันดับสอง

ลิงนั้นการเดินเหินคล้ายมนุษย์ สมองก็ฉลาดเฉลียวมาก ต้องโทษตัวเองเมื่อชาติก่อนเป็นผู้ที่หลงตัวเองในความฉลาดของตน ดังนั้นชาตินี้จึงตกลงมาเกิดอยู่ในร่างของสัตว์ส่วนนกแก้วแม้จะสามารถเรียนคำพูดจากมนุษย์ แต่ชาติก่อนที่เป็นมนุษย์อยู่นั้นชอบเล่นลิ้นเปล่งวาจากล่าวร้ายทำให้ผู้อื่นล้มตาย บ้านแตก ชาตินี้จึงต้องเข้าไปอยู่ในกรง ฟังคนอื่นเขาพูด เรียนคำพูดจากมนุษย์ มีแต่ปากอันคมคายเสียเปล่า ดังเช่นเสียดายที่วีรบุรุษไม่มีทางที่แสดงฝีไม้ลายมือ บรรดาผู้คนในโลกที่ทำอะไรลงไปทุกอิริยาบถ ถ้าขัดต่อหลักกฎและหลักธรรมแล้วเมื่อตายลงต้องตกเป็นสัตว์บก สัตว์ปีก ไม่มีวันสุดสิ้น สมควรจะตระหนักรู้ตัวให้ดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เหล่าสรรพสัตว์เวไนย์ต่างก็มีพ่อแม่

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่านพญายม กล่าวว่า "กายมนุษย์นั้นได้มายาก เป็นเพราะไม่รู้ถึงเหตุต้นผลกรรมเอาแต่โลภในลาภปากของตนเอง ทำให้เวไนยสัตว...

บทความที่ได้รับความนิยม