เมนูอาหารเจ เทศกาลกินเจ

รวบรวม...เมนูอาหารเจอร่อยๆ สูตรอาหารเจง่ายๆ

คลิ๊กเลย >>> รวบรวมเมนูอาหารเจ..อร่อยๆ   สอนทำอาหารเจง่ายๆ

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ฝึกจิตเมตตา - พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระนาจาไท้จื้อ เมตตา



พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระนาจาไท้จื้อ เมตตา

        "แม้เพื่อนจะว่าเป็นตัวประหลาดกินเจ เป็นคนแปลก ทำตัวไม่เหมือนคนอื่น แต่ถ้าเราทำได้ ย่อมเป็นเรื่องดี หรือเราเริ่มต้นไม่เบียดเบียนแม้กระทั่งสัตว์ ก็แปลว่าเราไม่ละเลยเรื่องเล็กน้อย

เราให้ความรักแม้กระทั่งสัตว์เล็ก เช่น มด แมลงสาบ แม้แต่เรื่องเล็กน้อย เรายังรักษาคุณธรรมได้ แล้วกับคน เขาก็ต้องคิดสิว่า ท่านจะทำเขาลงหรือ ในเมื่อแมลงสาบท่านยังไม่ขยี้ ยุงแม้จะกัดท่านเจ็บ ท่านยังไม่ตบ ก็แปลว่า แม้คนที่ทำให้ท่านเกลียด ท่านก็ยังไม่คิดที่จะฆ่าเขา ไม่คิดที่จะจองล้างจองผลาญเขา เป็นการฝึกจิตเมตตา

เรื่องเล็กๆน้อยๆ หากเราคิดให้ดี ก็มีคุณธรรมสอนใจ ถึงเขาจะคิดไม่ได้ แต่ขอให้ศิษย์น้องในที่นี้คิดได้ ศิษย์พี่ก็พอใจแล้ว"





วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

อุดรอยรั่ว - พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธจี้กง เมตตา


พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธจี้ก เมตตา

"ถังที่ใช้อยู่ที่บ้านศิษย์เคยเห็นไหม แต่ถังใบนี้ก้นรั่ว จะใส่น้ำได้เต็มไหม กุศลเราก็เหมือนกับน้ำในถังใบนี้ ในเมื่อใส่ได้ไม่เต็มถัง จะมีเผื่อแผ่ไปให้กับคนอื่นได้ไหม ?...(ไม่มี ) เราจึงต้องมาอุดรอยรั่วอันนี้ก่อน

แล้วทำอย่างไรถังใบนี้จึงแตก... ประการแรก ถ้ายังทำความชั่วควบคู่กับความดีไปด้วย นั่นคือก็ยังใส่น้ำให้เต็มถังไม่ได้ เพราะฉะนั้น ต้องอุดรอยรั่วนี้ก่อน

อีกประการหนึ่งที่ทำให้ถังใบนี้รั่วก็คือ การที่เรานั้นทานเนื้อสัตว์อยู่...

การทานเนื้อสัตว์คือการเกี่ยวกรรมกับสัตว์ แม้ศิษย์สร้างกุศล แต่กุศลนั้นก็ต้องคืนให้เจ้ากรรมนายเวร แล้วจะทำอย่างไรจึงจะอุดรอยรั่วนี้ได้ เราต้องรู้จักที่จะเบาบางลง จนกระทั่งเรานั้นไม่ทานเนื้อสัตว์ 

ไม่ใช่ให้เวลาตนเองจนไร้เขตจำกัด เราต้องมากำหนดตัวเองว่า เราจะเลิกทานเนื้อสัตว์ภายในเวลาเท่าไหร่ ต้องพยายามให้ได้

บางคนว่า...ค่อยเป็นค่อยไป แต่ไม่รู้ถึงปีไหน ค่อยเหลือเกิน ใช่หรือไม่...(ใช่ ) ค่อยหนึ่งปีก็แล้ว ค่อยสองปีก็แล้ว ค่อยสามปีก็แล้ว ยังเลิกไม่ได้อีก ใช่หรือเปล่า...( ใช่  )"





กรรมของคนชอบกิน - นิทานปล่อยสัตว์


นิทานปล่อยสัตว์ - กรรมของคนชอบกิน

         ในรัชสมัยของพระจักรพรรดิ เฉียน หลง ที่มณฑล เห่อ ไป๋ นายอำเภอคนหนึ่งได้สูญเสียลูกสาวเพียงคนเดียวของเขาไปเนื่องจากอาการป่วยที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน อีกหลายปีต่อมา ระหว่างที่ภรรยาของนายอำเภอกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ในเรือน นางก็ได้ฝันเห็นลูกสาวที่ตายไปแล้วถูกมัดมือมัดเท้ากำลังจะถูกฆ่า เธอร้องเรียกแม่ให้ช่วยจนสุดเสียง

ภรรยาของนายอำเภอสะดุ้งตกใจตื่นขึ้น มันเป็นเวลาเดียวกันกับที่ได้ยินเสียงดังโครมครามอยู่ข้างๆ เรือ นางจึงสั่งให้คนออกไปดู สักครู่คนรับใช้ก็กลับเข้ามารายงานว่า “ลูกเรือลำที่อยู่ข้างๆ กำลังจะช่วยกันฆ่าหมู” ทันทีที่ภรรยาของนายอำเภอทราบเรื่องจึงรีบตามออกไปดูก็พบว่ามีชายสองคนกำลังช่วยกันจึบหมูตัวหนึ่งให้นอนลง เท้าหน้าและเท้าหลังของมันถูกมัดด้วยเชือกจนแน่น เสียงร้องของหมูที่กำลังจะถูกฆ่ามันช่างเสียดแทงหัวใจของนางเสียเหลือเกินทำให้นางหวลนึกถึงเรื่องความฝัน

ภรรยาของนายอำเภอรีบร้องตะโกนออกไป เพื่อให้คนแจวเรือหยุดการกระทำของพวกเขา แต่อนิจจามันช้าไปเพียงเสี้ยววินาทีชายแจวเรือคนหนึ่งแทงมีดแหลมยาวอันคมกริบ ลงไปที่คอหมูตัวนั้นจนทิดด้าม หมูซึ่งถูกมัดดิ้นชักกระตุกๆ เลือดพุ่งกระฉูดขาดใจตายไปอย่างเจ็บปวดทรมาน ภรรยาของนาย อำเภอเห็นภาพที่น่าสยดสยองนั้นแล้วก็ถึงกับเข่าอ่อน ทรุดตัวลงร้องไห้โฮ ทั้งนี้เพราะนางรู้ดีว่า ลูกสาวของนางที่ตายไปต้องไปเกิดเป็นหมูตัวนั้นอย่างแน่นอน ภรรยาของนายอำเภอเศร้าโศกเสียใจมากที่ช่วยอะไรไม่ได้เลยทำได้ก็แต่เพียงขอซื้อหมูที่ตายแล้วไปฝังเสีย

บรรดาคนรับใช้ในบ้าน พากันวิพากวิจารณ์เรื่องที่เกิดขึ้นหญิงรับใช้คนหนึ่งได้พูดขึ้นว่า “คุณหนูบุตรสาวของนายอำเภออายุสั้นเหลือเกิน เพียงแค่อายุ 16 ปีก็เป็นไข้ตายจากไป แต่ตอนยังมีชีวิตอยู่ พ่อแม่รักมากตามใจทุกอย่าง คุณหนูเธอชอบกินเนื้อไก่ที่สุด ถ้ามื้อไหนกับข้าวไม่มีเนื้อไก่ก็จะไม่ยอมกินข้าวเลย แต่ละปีฉันคิดดูแล้วต้องฆ่าไก่ให้เธอกินไม่น้อยกว่า 800 ตัวขึ้นไป”

พระพุทธองค์จึงทรงตรัสไว้ว่า “คนที่หมกมุ่นอยู่แต่ การฆ่า ตายไปแล้วต้องไปรับผลกรรม อยู่ในนรกภูมิอย่างทุกข์ทรมาน เมื่อพ้นโทษขึ้นมาแล้วก็ยังต้องไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานต่างๆ และถูกเขาฆ่าตายจนนับไม่ถ้วน

ติดหนี้เลือด.....ใช้ด้วยเลือด 
ติดหนี้ชีวิต.......ใช้ด้วยชีวิต 
ร้อยชาติ พันชาติ ไม่หมดเวรสิ้นกรรมสักที”




..........................................................................................................................................................................................
อ้างอิงแหล่งที่มาบทความ

วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ถือศีลกินเจ - พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อริยมหาราชเจ้ากวนอู


พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมตตา

กวนเซิ่งตี้จวิน (關聖帝君) อริยมหาราชเจ้ากวนอู หนึ่งในสี่จอมเทพวินัยธรในธรรมกาลยุคขาว


                                                     ใฝ่หาบุญวาสนา...ไม่มีวิธีใดดีกว่าการถือศีลกินเจ 
                                    ใฝ่หายาอายุวัฒนะ...ไม่มีวิธีใดดีกว่าการปลดปล่อยชีวิต ละเว้นการฆ่า 
                                    ใฝ่หาชีวิตปกติสุข...ไม่มีวิธีใดดีกว่าการหยุดกล่าวนินทาว่าร้าย 
                                    ใฝ่หาปัญญา...ไม่มีวิธีใดดีกว่าการศึกษาพากเพียร 
                                    ใฝ่หาวิถีธรรม...ไม่มีวิธีใดดีกว่าการแสวงหาวิสุทธิอาจารย์ 
                                                                                             
                                                                                                       เข้าใจไหม...





วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เรื่องหนี้กรรมไม่ใช่เป็นเรื่องล้อเล่น - พระโพธิสัตว์กวนอิม เมตตา


พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระโพธิสัตว์กวนอิม เมตตา

        "อดีตชาติสร้างเหตุใดไว้ ในปัจจุบันชาติจึงได้รับผลนั้น ความทุกข์ที่เราได้รับอยู่ในชาตินี้ เป็นเพราะอดีตชาติเราสร้างไว้ เรื่องหนี้กรรมไม่ใช่เป็นเรื่องล้อเล่น น่าสงสารเวไนย์นี้ไม่รู้ไม่เข้าใจ 

ตราบใดเวไนย์ยังไม่เข้าใจมีอาชีพฆ่าสัตว์ตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ถ่ายทอดมาสู่พ่อแม่ รุ่นพ่อแม่ถ่ายทอดมาสู่ตัวเรา สร้างหนี้กรรมด้วยการฆ่าสัตว์รุ่นแล้วรุ่นเล่าสืบต่อมา ได้ติดค้างหนี้กรรมนี้มากมายไร้ขอบเขต... แต่ละรุ่นต่างต้องมาเวียนว่ายรับทุกข์รับกรรม แต่ละรุ่นต่างมีอายุสั้นและยากจน มีชีวิตที่แร้นแค้นเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สบายกันอยู่เสมอ แต่ละรุ่นต่างต้องรับเคราะห์ที่ร่างกายไม่สมประกอบไม่แข็งแรง

ควรจะทราบการที่เราฆ่าสัตว์ตัดชีวิตอยู่ไม่ขาดนั้นเราต้องรับทุกข์ รับความลำบากอย่างไร้ที่สิ้นสุดเช่นกัน ในอดีตเราไม่เข้าใจ ดังนั้นจึงได้สร้างหนี้กรรมไว้มากมาย วันนี้เราได้เข้าใจธรรมะเหตุและผลแล้ว เราต้องสำนึกผิดทันที และบังเกิดจิตศรัทธาที่จะไม่ฆ่าสัตว์อีกต่อไป สำนึกความผิดอุทิศบุญกุศลไปให้เขาเหล่านั้น"






พระพุทธจี้กง แห่งหนันผิงซัน

พระพุทธจี้กง แห่งหนันผิงซัน 

พระพุทธจี้กง แห่งหนันผิงซัน

บาปอยู่ที่คนทำ กรรมอยู่ที่คนกิน

บาปอยู่ที่คนทำ กรรมอยู่ที่คนกิน


กฏธรรมดาเมื่อมีการกินเนื้อสัตว์ก็ต้องมีการฆ่าเพราะสัตว์ทุกตัวมีชีวิตเป็นๆ เมื่อจะกินจึงต้องถูกนำไปฆ่าก่อน กินโดยไม่ฆ่าหรือไม่ทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานนั้นไม่มีในโลกนี้ 

"กินเนื้อสัตว์คู่กับฆ่า" เป็นของคู่กันไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่า คนกิน และ คนฆ่า ย่อมมีความผิดเทียมกันเสมือนมือซ้ายกับมือขวาอยู่ในคนๆ เดียวกันนั่นแล

"บาปอยู่ที่คนทำการฆ่าสัตว์ ส่วนกรรมนั้นย่อมตกอยู่ที่คนกินเนื้อสัตว์"





วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ลิ่มจื้อ หมอดูไม่แม่น ? - ให้ทานชีวิต ต่ออายุยืนยาว พ้นเจ็บป่วย

ให้ทานชีวิต ต่ออายุยืนยาว พ้นเจ็บป่วย

อายุยืนยาวคือความปรารถนาของมนุษย์ทุกผู้นาม ...
แม้เงินทองจะสามารถซื้อประเทศทั้งประเทศได้ ...
แต่เงินนั้น ก็ไม่อาจซื้ออายุที่ยืนยาวได้ ...
ต่อให้ฐานะของเราสูงส่ง อำนาจ ท่วมท้นล้นฟ้า ...
ก็ยากที่จะเพิ่มเติมอายุขัยได้ ...
แล้วจะทำอย่างไร ให้มนุษย์นั้นมีอายุขัยและวาสนาที่ยืนยงยาวนานได้เล่า ? ...

ในพุทธคัมภีร์บทหนึ่งที่กล่าวถึงผลลัพธ์ที่ได้จากการ ให้ทาน ๕ ชนิดว่า...
“ ให้ทานชีวิต ต่ออายุยืนยาว พ้นเจ็บป่วย ” ...
คำว่า “ให้ทานชีวิต” ในที่นี้ก็คือ ...
การละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ปล่อยสัตว์ ปกป้องคุ้มครองสัตว์ ...

ในคัมภีร์ปี้อวี้จิงได้บันทึก เอาไว้ว่า...
มีเณรน้อยรูปหนึ่งได้ช่วยชีวิตของมด ...
ด้วยเหตุนี้ ทำให้ตนเองนั้นอายุยืน

แม้นปรารถนาอายุยืนยาว นอกจาก ช่วยเหลือผู้คนขจัดทุกข์บำรุงสุขแล้ว ยังต้อง ธำรงไว้ซึ่งเมตตาจิต ...
คือ การละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ...
เมื่อปลูกเหตุแห่งการรักษา คุ้มครองและไม่ละเมิดชีวิตผู้อื่นแล้ว
เช่นนี้ฟ้าย่อมให้ชีวิต ที่ยืนยาวเป็นผลตอบแทนแน่นอน....

คนที่ชาตินี้อายุสั้น ...
ส่วนใหญ่เป็นการตอบสนองที่ชาติก่อนได้สร้างกรรมฆ่าสัตว์ไว้มาก...
หากชาตินี้สามารถกลับตัว กลับใจใหม่ ...
มีจิตเมตตา ละเว้นการฆ่าสัตว์ ...
ปลดปล่อยสัตว์ ... และทำบุญสร้างกุศลอยู่เสมอ ...
คนที่อายุสั้นก็จะได้เพิ่มอายุขัย ...
คนขี้โรคก็จะแข็งแรง ...

เพราะว่าอายุขัยของมนุษย์จะสั้นหรือยาวนั้น ถูกกำหนดไว้แล้ว ...
ชาวโลกมิอาจล่วงรู้ ...
ทว่าอานิสงส์ของการปล่อยสัตว์ ตามกฏสวรรค์ถือว่าศักดิ์สิทธิ์มาก...
อานิสงส์ข้อนี้สามารถช่วยเพิ่มอายุขัยได้ ...

ตั้งแต่อดีตมาผู้ที่มีอายุยืนเพราะการปล่อยสัตว์ช่วยชีวิตมีมากมาย...
ที่สำคัญควรจัดงานเทศกาลปล่อยสัตว์เป็นประจำ ...
ก็จะเป็นการสร้างกุศลผลบุญไม่น้อย ...
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าสามารถปฏิบัติข้อละเว้น “4 ไม่กิน” ได้ ...
ก็จะพ้นจากกรรมสนองข้อปาณาติบาต (พ้นเคราะห์กรรมในอดีต) ...
จะเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม ....

(* 4 ไม่กิน - สัตว์ที่เลี้ยงเอง..ไม่กิน, เห็นกับตาว่าสัตว์นั้นถูกฆ่า..ไม่กิน, เจาะจงฆ่ามาเพื่อตน..ไม่กิน, รู้ว่าสัตว์นั้นถูกฆ่ามาขาย..ไม่กิน)

หมอดูไม่แม่น !

คำทำนาย... ไม่อาจเปลี่ยนลิขิตชะตา...
แต่ปล่อยสัตว์... เปลี่ยนชีวิตพลิกชะตาอย่างน่าอัศจรรย์...

โหราศาสตร์นั้นนับว่ายังไม่ละเอียดลึกซึ้งเท่าเรื่อง “ กฎแห่งกรรม ” ...
โหราศาสตร์อาจเป็นจริงได้เพียงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ...
ศาสตร์ แห่งการพยากรณ์นี้ในแถบเอเชียเป็นที่ขึ้นชื่อในความแม่นยำ ...
อย่างเช่นในประเทศจีน...
เวลาจะยกทัพเคลื่อนพลล้วนต้องใช้วิชา โหราศาสตร์ ...
ต้นตระกูลผู้คิดค้นวิชาโหราศาสตร์นี้มีนามว่า ลิ่มจื้อ ...

ลิ่มจื้อ เป็นเถ้าแก่ใหญ่ ...
อยู่ในมณฑลกวางเจาในสมัยเมื่อ ประมาณ ๖๐๐ ปีมาแล้ว ...
ลิ่มจื้อ เป็นผู้ค้นคว้าการตรวจดวงดาว เพื่อประกอบการทำนายแนวทางชีวิตของมนุษย์...

อยู่มาวันหนึ่ง ลิ่มจื้อ ดูลักษณะโหงวเฮ้งของชายหนุ่มคนหนึ่ง ...
ที่ทำงานเป็นลูกจ้างในร้าน ....
ลูกจ้างคนนี้เป็นคนรับผิดชอบในห้องสมุด
( ซึ่งในสมัยนั้นคนมีฐานะดีจึงอ่านหนังสือกัน )...
เมื่อตรวจลักษณะโหงวเฮ้งตามชะตาราศรีแล้ว ....
เห็นว่าชาย หนุ่มคนนี้อีก 15 วันจะต้องตาย ...



ลิ่มจื้อ จึงเอาเงินก้อนหนึ่งมอบ ให้และบอกว่า ...
“ ข้าอนุญาติให้เจ้าหยุดงานกลับไปเยี่ยมบ้าน 15 วัน
เงินก้อนนี้ข้ามอบให้เจ้าไว้ใช้จ่ายในยามจำเป็น ”...



ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ...
ชายหนุ่มบังเอิญเห็นปลาตัวหนึ่ง กระเสือกกระสนอยู่ในบึงน้ำแห้ง ...
กำลังใกล้จะตาย ...
เขาจึง ช่วยชีวิตปลาตัวนั้นนำไปปล่อยในบึงน้ำให้รอดตาย...




จากนั้นเขาได้เดินทางต่อไป ...
ในระหว่างทางชายหนุ่มได้ ยินเสียงร้องของแมวที่กำลังจมน้ำ ...
เขาก็ได้ช่วยชีวิตแมวตัวนั้น ขึ้นมาจนปลอดภัย...




ครั้นเดินทางมาได้ครึ่งค่อนวัน ...
เกิดฝนฟ้าคะนองพายุโหมกระหน่ำ ...
จึงตัดสินใจแวะพักที่ศาลเจ้าแห่งหนึ่ง...
เมื่อย่างเท้าผ่านประตูหน้าเข้าไป ได้เห็นหญิงชราคนหนึ่ง กำลังยืนร้องไห้ ...
ชายหนุ่มจึงเข้าไปถาม หญิงชราคร่ำครวญให้ฟัง ว่า ...
“ วันนี้ข้ามาไหว้พระ ไม่น่าสะเพร่าเลย ข้าทำตะเกียงหล่นแตก แต่ข้าไม่มีเงินจะซื้อมาชดใช้ ข้าจนใจไม่รู้จะหามาใช้คืนได้อย่างไร ” หญิงชราตอบ...

เมื่อชายหนุ่มได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกเห็นใจ ...คิดที่จะช่วยเหลือ ...
จึงบอกกับหญิงชราว่า ...
“ ท่านอย่าได้เสียใจไปเลย ข้าพอจะมีเงิน ติดตัวมาบ้าง คงพอที่จะซื้อตะเกียงมาชดใช้แทนท่านได้ ”...

เมื่อฝนหยุด ชายหนุ่มก็ออกจากศาลเจ้าเข้าไปในเมือง
หาซื้อตะเกียงมาชดใช้แทนหญิงชรา แล้วก็เดินทางต่อไปจนถึงบ้าน
เมื่อกลับมาถึงบ้านก็บอกกับมารดาว่า
“ เถ้าแก่นึกใจดีให้หยุดงาน กลับมาเยี่ยมบ้าน ”

เขาพักอยู่ที่บ้านจนครบกำหนด 15 วัน ...
จึงได้ลากลับไปทำงานตามกำหนด...

เมื่อชายหนุ่มลูกจ้างเดินทางกลับมา ...
ลิ่มจื้อถึงกับ ตกตะลึง เพราะประหลาดใจ !...
ไม่เชื่อสายตัวเองเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามานึกว่า ผีหลอก !....




ลิ่มจื้อ จึงเดินเข้าไปลองจับดูที่ตัวแล้วรำพึงขึ้นว่า...
“ นี่เจ้ายังไม่ตายใช่ไหม ตาข้าคงไม่ฝาดน่ะ ! ”...

เมื่อ ลิ่มจื้อ แน่ใจว่ายังมีชีวิตอยู่ตัวเป็นๆ ...
จึงได้เอ่ยปากซัก ถามชายหนุ่มต่อไปว่า
“ ขณะที่เจ้ากลับไปบ้านนั้น ไหน! เล่าให้ข้าฟังสิว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าบ้าง ”...
“ ข้ากลับไปถึงบ้านอย่างปลอดภัย ขอบคุณท่านเศรษฐี ที่เมตตา...”

ชายหนุ่มจึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างเดินทาง กลับบ้านให้เศรษฐีฟัง ...
เศรษฐีจึงจับใจความได้ว่าเพราะเหตุที่เขา ...
ได้ช่วยเหลือชีวิตปลา ...
ชีวิตแมว ...
และช่วยออกเงินซื้อตะเกียง เป็นธุระให้หญิงชราผู้นั้น ...
มิน่าเล่าจึงรอดชีวิตมาได้...

ลิ้มจื้อ จึงกล่าวด้วยความสลดใจว่า...

“ ดวงดาวไม่เที่ยงหนอ การพยากรณ์เชื่อได้แค่บางส่วน ไยข้าต้องฝังใจกับการคาดคะเน ซึ่งหาแน่นอนอะไรไม่ ”...


อานิสงส์ของการปล่อยสัตว์ - พึงถือศีลกินเจ ละกรรมปาก 

บทความที่ได้รับความนิยม