วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ลิ่มจื้อ หมอดูไม่แม่น ? - ให้ทานชีวิต ต่ออายุยืนยาว พ้นเจ็บป่วย

ให้ทานชีวิต ต่ออายุยืนยาว พ้นเจ็บป่วย

อายุยืนยาวคือความปรารถนาของมนุษย์ทุกผู้นาม ...
แม้เงินทองจะสามารถซื้อประเทศทั้งประเทศได้ ...
แต่เงินนั้น ก็ไม่อาจซื้ออายุที่ยืนยาวได้ ...
ต่อให้ฐานะของเราสูงส่ง อำนาจ ท่วมท้นล้นฟ้า ...
ก็ยากที่จะเพิ่มเติมอายุขัยได้ ...
แล้วจะทำอย่างไร ให้มนุษย์นั้นมีอายุขัยและวาสนาที่ยืนยงยาวนานได้เล่า ? ...

ในพุทธคัมภีร์บทหนึ่งที่กล่าวถึงผลลัพธ์ที่ได้จากการ ให้ทาน ๕ ชนิดว่า...
“ ให้ทานชีวิต ต่ออายุยืนยาว พ้นเจ็บป่วย ” ...
คำว่า “ให้ทานชีวิต” ในที่นี้ก็คือ ...
การละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ปล่อยสัตว์ ปกป้องคุ้มครองสัตว์ ...

ในคัมภีร์ปี้อวี้จิงได้บันทึก เอาไว้ว่า...
มีเณรน้อยรูปหนึ่งได้ช่วยชีวิตของมด ...
ด้วยเหตุนี้ ทำให้ตนเองนั้นอายุยืน

แม้นปรารถนาอายุยืนยาว นอกจาก ช่วยเหลือผู้คนขจัดทุกข์บำรุงสุขแล้ว ยังต้อง ธำรงไว้ซึ่งเมตตาจิต ...
คือ การละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ...
เมื่อปลูกเหตุแห่งการรักษา คุ้มครองและไม่ละเมิดชีวิตผู้อื่นแล้ว
เช่นนี้ฟ้าย่อมให้ชีวิต ที่ยืนยาวเป็นผลตอบแทนแน่นอน....

คนที่ชาตินี้อายุสั้น ...
ส่วนใหญ่เป็นการตอบสนองที่ชาติก่อนได้สร้างกรรมฆ่าสัตว์ไว้มาก...
หากชาตินี้สามารถกลับตัว กลับใจใหม่ ...
มีจิตเมตตา ละเว้นการฆ่าสัตว์ ...
ปลดปล่อยสัตว์ ... และทำบุญสร้างกุศลอยู่เสมอ ...
คนที่อายุสั้นก็จะได้เพิ่มอายุขัย ...
คนขี้โรคก็จะแข็งแรง ...

เพราะว่าอายุขัยของมนุษย์จะสั้นหรือยาวนั้น ถูกกำหนดไว้แล้ว ...
ชาวโลกมิอาจล่วงรู้ ...
ทว่าอานิสงส์ของการปล่อยสัตว์ ตามกฏสวรรค์ถือว่าศักดิ์สิทธิ์มาก...
อานิสงส์ข้อนี้สามารถช่วยเพิ่มอายุขัยได้ ...

ตั้งแต่อดีตมาผู้ที่มีอายุยืนเพราะการปล่อยสัตว์ช่วยชีวิตมีมากมาย...
ที่สำคัญควรจัดงานเทศกาลปล่อยสัตว์เป็นประจำ ...
ก็จะเป็นการสร้างกุศลผลบุญไม่น้อย ...
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าสามารถปฏิบัติข้อละเว้น “4 ไม่กิน” ได้ ...
ก็จะพ้นจากกรรมสนองข้อปาณาติบาต (พ้นเคราะห์กรรมในอดีต) ...
จะเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม ....

(* 4 ไม่กิน - สัตว์ที่เลี้ยงเอง..ไม่กิน, เห็นกับตาว่าสัตว์นั้นถูกฆ่า..ไม่กิน, เจาะจงฆ่ามาเพื่อตน..ไม่กิน, รู้ว่าสัตว์นั้นถูกฆ่ามาขาย..ไม่กิน)

หมอดูไม่แม่น !

คำทำนาย... ไม่อาจเปลี่ยนลิขิตชะตา...
แต่ปล่อยสัตว์... เปลี่ยนชีวิตพลิกชะตาอย่างน่าอัศจรรย์...

โหราศาสตร์นั้นนับว่ายังไม่ละเอียดลึกซึ้งเท่าเรื่อง “ กฎแห่งกรรม ” ...
โหราศาสตร์อาจเป็นจริงได้เพียงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ...
ศาสตร์ แห่งการพยากรณ์นี้ในแถบเอเชียเป็นที่ขึ้นชื่อในความแม่นยำ ...
อย่างเช่นในประเทศจีน...
เวลาจะยกทัพเคลื่อนพลล้วนต้องใช้วิชา โหราศาสตร์ ...
ต้นตระกูลผู้คิดค้นวิชาโหราศาสตร์นี้มีนามว่า ลิ่มจื้อ ...

ลิ่มจื้อ เป็นเถ้าแก่ใหญ่ ...
อยู่ในมณฑลกวางเจาในสมัยเมื่อ ประมาณ ๖๐๐ ปีมาแล้ว ...
ลิ่มจื้อ เป็นผู้ค้นคว้าการตรวจดวงดาว เพื่อประกอบการทำนายแนวทางชีวิตของมนุษย์...

อยู่มาวันหนึ่ง ลิ่มจื้อ ดูลักษณะโหงวเฮ้งของชายหนุ่มคนหนึ่ง ...
ที่ทำงานเป็นลูกจ้างในร้าน ....
ลูกจ้างคนนี้เป็นคนรับผิดชอบในห้องสมุด
( ซึ่งในสมัยนั้นคนมีฐานะดีจึงอ่านหนังสือกัน )...
เมื่อตรวจลักษณะโหงวเฮ้งตามชะตาราศรีแล้ว ....
เห็นว่าชาย หนุ่มคนนี้อีก 15 วันจะต้องตาย ...



ลิ่มจื้อ จึงเอาเงินก้อนหนึ่งมอบ ให้และบอกว่า ...
“ ข้าอนุญาติให้เจ้าหยุดงานกลับไปเยี่ยมบ้าน 15 วัน
เงินก้อนนี้ข้ามอบให้เจ้าไว้ใช้จ่ายในยามจำเป็น ”...



ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ...
ชายหนุ่มบังเอิญเห็นปลาตัวหนึ่ง กระเสือกกระสนอยู่ในบึงน้ำแห้ง ...
กำลังใกล้จะตาย ...
เขาจึง ช่วยชีวิตปลาตัวนั้นนำไปปล่อยในบึงน้ำให้รอดตาย...




จากนั้นเขาได้เดินทางต่อไป ...
ในระหว่างทางชายหนุ่มได้ ยินเสียงร้องของแมวที่กำลังจมน้ำ ...
เขาก็ได้ช่วยชีวิตแมวตัวนั้น ขึ้นมาจนปลอดภัย...




ครั้นเดินทางมาได้ครึ่งค่อนวัน ...
เกิดฝนฟ้าคะนองพายุโหมกระหน่ำ ...
จึงตัดสินใจแวะพักที่ศาลเจ้าแห่งหนึ่ง...
เมื่อย่างเท้าผ่านประตูหน้าเข้าไป ได้เห็นหญิงชราคนหนึ่ง กำลังยืนร้องไห้ ...
ชายหนุ่มจึงเข้าไปถาม หญิงชราคร่ำครวญให้ฟัง ว่า ...
“ วันนี้ข้ามาไหว้พระ ไม่น่าสะเพร่าเลย ข้าทำตะเกียงหล่นแตก แต่ข้าไม่มีเงินจะซื้อมาชดใช้ ข้าจนใจไม่รู้จะหามาใช้คืนได้อย่างไร ” หญิงชราตอบ...

เมื่อชายหนุ่มได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกเห็นใจ ...คิดที่จะช่วยเหลือ ...
จึงบอกกับหญิงชราว่า ...
“ ท่านอย่าได้เสียใจไปเลย ข้าพอจะมีเงิน ติดตัวมาบ้าง คงพอที่จะซื้อตะเกียงมาชดใช้แทนท่านได้ ”...

เมื่อฝนหยุด ชายหนุ่มก็ออกจากศาลเจ้าเข้าไปในเมือง
หาซื้อตะเกียงมาชดใช้แทนหญิงชรา แล้วก็เดินทางต่อไปจนถึงบ้าน
เมื่อกลับมาถึงบ้านก็บอกกับมารดาว่า
“ เถ้าแก่นึกใจดีให้หยุดงาน กลับมาเยี่ยมบ้าน ”

เขาพักอยู่ที่บ้านจนครบกำหนด 15 วัน ...
จึงได้ลากลับไปทำงานตามกำหนด...

เมื่อชายหนุ่มลูกจ้างเดินทางกลับมา ...
ลิ่มจื้อถึงกับ ตกตะลึง เพราะประหลาดใจ !...
ไม่เชื่อสายตัวเองเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามานึกว่า ผีหลอก !....




ลิ่มจื้อ จึงเดินเข้าไปลองจับดูที่ตัวแล้วรำพึงขึ้นว่า...
“ นี่เจ้ายังไม่ตายใช่ไหม ตาข้าคงไม่ฝาดน่ะ ! ”...

เมื่อ ลิ่มจื้อ แน่ใจว่ายังมีชีวิตอยู่ตัวเป็นๆ ...
จึงได้เอ่ยปากซัก ถามชายหนุ่มต่อไปว่า
“ ขณะที่เจ้ากลับไปบ้านนั้น ไหน! เล่าให้ข้าฟังสิว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าบ้าง ”...
“ ข้ากลับไปถึงบ้านอย่างปลอดภัย ขอบคุณท่านเศรษฐี ที่เมตตา...”

ชายหนุ่มจึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างเดินทาง กลับบ้านให้เศรษฐีฟัง ...
เศรษฐีจึงจับใจความได้ว่าเพราะเหตุที่เขา ...
ได้ช่วยเหลือชีวิตปลา ...
ชีวิตแมว ...
และช่วยออกเงินซื้อตะเกียง เป็นธุระให้หญิงชราผู้นั้น ...
มิน่าเล่าจึงรอดชีวิตมาได้...

ลิ้มจื้อ จึงกล่าวด้วยความสลดใจว่า...

“ ดวงดาวไม่เที่ยงหนอ การพยากรณ์เชื่อได้แค่บางส่วน ไยข้าต้องฝังใจกับการคาดคะเน ซึ่งหาแน่นอนอะไรไม่ ”...


อานิสงส์ของการปล่อยสัตว์ - พึงถือศีลกินเจ ละกรรมปาก 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เหล่าสรรพสัตว์เวไนย์ต่างก็มีพ่อแม่

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่านพญายม กล่าวว่า "กายมนุษย์นั้นได้มายาก เป็นเพราะไม่รู้ถึงเหตุต้นผลกรรมเอาแต่โลภในลาภปากของตนเอง ทำให้เวไนยสัตว...

บทความที่ได้รับความนิยม