วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สละเลือดเนื้อช่วยเสือแม่ลูกอ่อน - นิทานบำเพ็ญธรรมยุคโบราณ


     ณ ชมพูทวีปในอดีต กัษัตริย์องค์หนึ่งมีพระโอรสอยู่ 3 พระองค์ ในบรรดาพระโอรสทั้งหมด เจ้าชายองค์สุดท้องเป็นผู้ที่มีพระทัยงดงามและ อ่อนโยนโดยเฉพาะทรงโอบอ้อมอารีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง

วันหนึ่ง กษัตริย์เสด็จประพาสป่า พร้อมด้วยพระมเหสีและพระโอรส ทั้งสาม ตลอดจนข้าราชบริพารเหล่าขุนนางจำนวนมาก เมื่อตะวันบ่ายคล้อย องค์กษัตริย์ทรงเหน็ดเหนื่อยแล้ว จึงมีพระดำรัสให้จัดที่ประทับใต้ร่มไม้ใหญ่ เพื่อให้ทุกคนได้พัก

แต่สาหรับพระโอรสทั้งสาม ซึ่งยังอยู่ในวัยหนุ่มเปี่ยมด้วยพละกำลัง ต่างทรงปรารถนาจะสัมผัสกับแมกไม้ธรรมชาติ จึงทรงพระดำเนินต่อเข้าไปใน ป่าลึก ณ.ที่นั้นพระโอรสทั้งสามได้ทอดพระเนตรเห็น แม่เสือนอนอยู่ในโพรง หญ้ามันเพิ่งจะคลอดลูกได้ไม่นานและมีอาการอิดโรย

พระโอรสองค์ใหญ่จึงพูดว่า..."แม่เสือตัวนี้เพิ่งให้กำเนิดลูกเสือ ตัวเองออ่นระโหยสิ้นเรี่ยวแรง เคลื่อนไหว นี่คงไม่ได้กินอาหารมาหลายวัน น้ำนมจึงเหึอดแห้ง ลูกเสือถึงได้ ร้องไม่หยุด ท่าทางทั้งแม่ทั้งลูกจะไม่รอดแน่ !"

พระโอรสองค์รองก็พูดว่า..."แต่น้องว่าสายตาที่แม่เสือจ้องมองดูลูกที่เกิดใหม่มันฉายแววแห่ง ความดุร้ายตามสัญชาติของสัตว์ป่า ดูทีท่าของมันแล้วเหมือนอยากจะกินลูก ของตัวเองอย่างนั้นล่ะ"

พระโอรสองค์สุดท้องจึงเอ่ยขึ้นว่า..."ถ้าเช่นนั้น เราจะช่วยชีวิตเสือแม่ลูกคู่นี้ใด้อย์างไรล่ะ"

พระเชษฐาทั้งสองหันมาตอบว่า..."ก็ต้องไปหาเนื้อสดมาให้มันเป็นอาหาร แต่คงไม่ง่ายหรอกนะ เพราะ ถ้าจะต้องไปฆ่าชีวิตสัตว์อึ่น เพึ่อช่วยอีกสองชีวิต มันช่างไม่เหมาะสมเลยจริงไหม ?" 

พระโอรสองค์สุดท้าย ก้มพระพักตร์ลง ทรงครุ่นคิดว่า..."ลำพังชีวิตของสัตว์เดรัจฉาน เกิดมาก็ต้องประสบกับความทุกข์ ยากลำบากมากพออยู่แล้ว ความหวังที่จะสามารถหลุดพ้น ให้ได้ไปเกิดในที่ที่ ดีกว่า ช่างเป็นไปได้ยากเสียเหลือเกิน นี่ถ้าหากแม่เสือต้องมากินลูกของ ตัวเองเพราะไม่อาจจะทนต่อความหิวโหยได้แล้วละก็ เท่ากับก่อกรรมหนักใน ชีวิต ประหนึ่งเดินอยู่ในที่มืด แล้วยังถลำลึกลงไปสู่ที่มืดยิ่งกว่า ช่างน่าสงสาร เสียจริง ๆ"

ทรงพิจารณาเช่นนี้แล้วจึงกล่าวกับพระเชษฐาทั้งสองว่า..."เสด็จพี่ทั้งสอง เสด็จล่วงหน้าไปก่อนเถิด หม่อมฉันขออยู่ต่อสัก ประเดี๋ยว แล้วจะตามเสด็จไปทีหลัง"

ครั้นพระเชษฐาทั้งสองพระองค์เสด็จไปแล้ว พระโอรสองค์สุดท้องจึง ทรงก้าวเข้าไปประทับนั่งข้างแม่เสือ พร้อมกับยื่นพระกรด้วยทรงประสงค์ให้ มัน กัด กิน

แต่ทว่าแม่เสืออ่อนกำลังเต็มที ไม่มีแรงแม้แต่จะอ้าปาก พระโอรส เห็นเช่นนั้น จึงหักกิ่งไม้มาท่อนหนึ่งแล้วใช้ปลายแหลมแทงลงที่ฝาพระหัตถ์ ขณะนั้นพระโลหิตสดๆ ไหลรินหยดลงในปากของแม่เสือไม่ขาดสาย

ฝ่ายพระโอรสองค์ใหญ่และองค์รอง ทรงดำเนินล่วงหน้าไปนานแล้ว ไม่เห็นพระอนุชาตามมาสักที จึงทรงทบทวนถึงเรื่องที่สนทนากันแล้วทรงดำริ ว่า ยามปกติพระอนุชาองค์สุดท้องมีพระเมตตาเพียงไร ก็ถึงกับสะดุ้งรีบ ย้อนกลับไปตามหา

เมื่อไปถึงที่โพรงหญ้า ก็พบแต่เศษพระอัฐิและชิ้นพระภูษาเปื้อนพระ โลหิตอยู่บนพื้น พระโอรสทั้งสองพระองค์ทรงทราบทันทีว่า พระอนุชาตัดสิน พระทั ยอุทิศพระองค์เอง เพื่อช่วยชีวิตเสือสองแม่ลูกเสียแล้ว !

ทั้งสองพระองค์ถึงกับทรงพระกรรแสงโฮและรีบเสด็จกลับไปกราบทูล พระชนกพระชนนี ทันทีที่องค์กษัตริย์และ พระมเหสีทรงทราบ ประ หนึ่งดังถุก สายฟ้าฟาด จึงทรงสิ้นพระสติไปชั่วขณะ

ครั้นทรงฟื้นคืนพระสติแล้ว ก็รีบเสด็จไปยังที่เกิดเหตุทรงเก็บพระอัฐิ ที่เหลือ พร้อมด้วยชิ้นพระภูษากลับสู่พระนคร ต่อมาได้ทรงมีพระบรมราช โองการให้สร้างพระสถูป เพึ่อบรรจุพระอัฐิธาตุ

เวลานั้นไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ต่างแซ่ซ้องสดุดีว่า..."พระราชโอรสองค์น้อยทรงบำเพ็ญมหาโพธิสัตว์ธรรม พระทัยอันเปี่ยมด้วยมหาเมตตาการุณย์เช่นนี้ ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือน"





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เมนูอาหารเจ เทศกาลกินเจ

รวบรวม...เมนูอาหารเจอร่อยๆ สูตรอาหารเจง่ายๆ

เทศกาลกินเจ อาหารเจ เมนูอาหารเจอร่อยๆ  รวบรวม... เมนูอาหารเจอร่อยๆ  สูตรอาหารเจง่ายๆ  ที่เว็บบล็อก   คลิ๊ก >>>   อ...

บทความที่ได้รับความนิยม