วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

จิตใจดีก็ดีพอแล้ว ทำไมต้องถือศีลกินเจ ? - พระโอวาทพระพุทธจี้กง เมตตา



พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธจี้กง เมตตา

        "ศิษย์ทุกคนลักษณะการเกิดของสิ่งมีชีวิตมีอยู่สี่แบบ เกิดจากครรภ์ เกิดจากไข่ เกิดในที่ชื้นแฉะ และเกิดผุดขึ้นเอง ชีวิตคือธรรมญาณ ให้ความสำคัญกับชีวิตจึงต้องคุ้มครองรักษา จึงต้องทะนุถนอมชีวิต ยิ่งต้องคุ้มครองรักษาทะนุถนอมธรรมญาณ อย่าทำร้ายสิ่งมีชีวิต เพราะว่าสัตว์เดรัจฉานถูกทำโทษโดยวิธีต่างๆ ให้มีขน มีเขา ดังนั้น จึงไม่ควรกินเขา ไปลงโทษเขาซ้ำเติม ถูกกินเป็นๆ ถลกหนังเป็นๆ ทำต้มทำแกงด้วยวิธีทรมานต่างๆ ไม่ว่าคนหรือสัตว์เดรัจฉาน ล้วนต่างมีธรรมญาณเดียวกัน ล้วนต่างมีพุทธจิต แม้ตัวหนอนก็มีพุทธจิต

       จากจุดยืนของศิษย์ประเมินด้วยสายตาและท่าทาง อาจจะมองว่าคนกับสัตว์ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน คนมีความคิด คนมีวิจารณญาณตรึกตรอง คนศรีษะชี้ฟ้าเหยียบดิน ดังนั้น...มองด้วยสายตาทั่วไปย่อมคิดว่าคนกับสัตว์แตกต่างกัน  แต่ถ้าหากมองด้วยสายตาพระพุทธะ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือเดรัจฉานต่างมีชีวิต ล้วนมีจิตญาณ ธรรมญาณของสัตว์ปีก สัตว์เดินเท้ากับธรรมญาณของคนเหมือนกัน ไม่มีความผิดแผกแตกต่าง เขาเหล่านั้นเวียนว่าย เป็นเดรัจฉานมีขนเต็มตัว หัวมีเขา มีเล็บแหลมคมเป็นปลาก็มีครีบ ถูกลงโทษให้มีเกล็ด แต่ธรรมญาณของเขากับคนยังเหมือนกัน

       สัตว์แต่ละชนิดรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกัน เปรียบเหมือนแม่หนึ่งคนมีลูกหลายคน ลูกๆ ต่างมีหน้าตาไม่เหมือนกัน คนกินสัตว์ สัตว์กับสัตว์ต่างกินกัน เหมือนลูกๆเหล่านี้ต่างลืมไปและไม่รู้ว่าเขาต่างเกิดมาจากต้นรากเดียวกัน กลับต้องมากินกันและกัน เนื้อเราเนื้อเวไนย นามขานต่างกันแต่ต่างมีกาย ต่างมีญาณเดียวกัน ต่างกันแต่ร่าง

       คำกล่าวที่ว่า "จิตใจดีก็ดีแล้ว ทำไมต้องถือศีลกินเจ คนเหล่านี้ทำบาปกรรมไว้จึงได้หันมาถือศีลกินเจ" พูดอย่างนี้ถูกต้องไหม ก็พูดได้ไม่ผิด แต่ถูกครึ่งเดียว เพราะว่าอดีตชาติของศิษย์ได้ทำบาปกรรมไว้ คนจึงพูดกันว่าจะต้องรีบถือศีลกินเจ จิตใจดีก็ดีแล้ว ทำไมต้องถือศีลกินเจ

      เรามาดูกัน ที่อาจารย์จะพูดต่อไปนี้ ศิษย์คงได้เห็นตามโทรทัศน์ หรืออาจเคยเห็นด้วยตาตนเอง ลองมาดูสิว่า วิธีการกระทำไหนบ้างที่เรียกว่าใจดี ขณะสัตว์ถูกจับไปฆ่าเป็นๆ ทำลายชีวิต ชำแหละร่าง แทะกินกระดูก กินเลือดกินเนื้อเขา อย่างนี้เรียกว่าใจดีไหม คนที่กินเนื้อเขา มักจะพูดปัดความรับผิดชอบ ผลักกรรมไปให้คนฆ่า ไปให้โรงฆ่าสัตว์

"เขาไม่ขาย เราไม่ซื้อ เขาไม่ฆ่า เราไม่กิน เขาฆ่าเรากิน เขาขายเราซื้อ"

แต่คนที่ฆ่าเขาไม่ได้คิดเช่นนั้น เขาจะปัดความรับผิดชอบผลักกรรมนั้นไปให้คนกิน ดังนั้นขณะที่ทำการฆ่าเป็ด ไก่ วัว แพะ ปากก็มักจะพึมพำกับไก่บ้าง กับหมูบ้าง ว่า...

"หมูนะหมู เจ้าอย่าถือโทษเรา เจ้าเป็นอาหารให้กับคนกิน ถ้าเขาไม่กินเราก็ไม่ฆ่า เจ้าจงไปทวงหนี้กับคนกิน" 

     ดู... นี่เพราะใจฝ่ายดีนั้นหวาดกลัว ต่างปัดโทษของตัวเองแต่ด้วยเหตุต้นผลกรรมนั้น กล่าวได้ว่า ไม่มีใครสามารถหลบเลี่ยงความผิดได้ บาปกรรมนี้เกิดจากการฆ่าและการกิน ก่อให้เกิดกรรมร่วมขึ้น ต่างแบกรับกันทั้งสองฝ่าย

     ดังนั้น เดรัจฉานกับคนต่างมีเลือด มีเนื้อ มีน้ำตาเหมือนกัน ล้วนมีเลือดเนื้อกายสังขาร เพราะว่ามีความอยากกิน มีกระบวนการซื้อขาย ดังนั้นจึงมีคนทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้า นี่คือยืมมีดฆ่าทางอ้อม

     ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าโดยตรง หรือฆ่าทางอ้อม ต่างได้สร้างกรรมในการฆ่า เมื่อบาปกรรมสนองจึงมีคนบนบานขอบุญวาสานา ทำการฆ่ามากเกินไป วอนขอให้โชคดีคงยาก คนที่กินเนื้อมากเกินไปสนองร้ายแรงหน่อย ครอบครัวจะไม่สงบสุข ร่างกายไม่แข็งแรงลูกหลานไม่กตัญญู กิจการงานไม่ราบรื่น สิ่งที่ต้องการมักไม่ได้อย่างใจหวัง
   
ในศูรางคมสูตร กล่าวไว้ว่า "คนกินเนื้อสัตว์ บุญวาสนาที่ขอจะไม่ได้ดังหวัง คนที่กินเนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะสร้างบุญหรือขอวาสนา ต่างล้วนไม่ได้ดังขอ คนที่กินเนื้อสัตว์ บำเพ็ญธรรมจะมีอุปสรรคยิ่ง"

ในลังกาวตารสูตร กล่าวไว้ว่า "เลือดเนื้อที่กล่าว พุทธอริยะต่างงดเว้น คนที่กินเนื้อ พุทธอริยะสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะห่างไกล ปากมีกลิ่นคาวเลือดคาวเนื้อ เนื้อมิใช่เป็นสิ่งน่ากินเนื้อไม่สะอาดบริสุทธิ์ ก่อเกิดบาปเวรทำลายบุญวาสนา เป็นสิ่งที่พุทธอริยะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทอดทิ้ง"

ในศูรางคมสูตร กล่าวไว้ว่า "คนกินเนื้อ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ห่างไกล เวไนยหวาดกลัว คนกินเนื้อโดยเฉพาะคนทำการฆ่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์พุทธะล้วนออกห่าง เวไนยที่มีรูปลักษณ์ไม่มีรูปลักษณ์ เห็นแล้วต่างหวาดกลัว ดังนั้นคนที่กินเนื้อ คนที่ฆ่า จะไม่ได้รับการคุ้มครองจากพญานาคทั้งแปด จะไม่ได้ญาณที่ดี ไม่ได้รับการคุ้มครองช่วยเหลือในการบำเพ็ญญาณ  คนที่กินเนื้อ ตายแล้วตกสู่ช่องทางชั่วร้าย ที่ว่าช่องทางชั่วร้ายคือ นรก เดรัจฉาน เปรต รับทุกข์ไม่จบสิ้น"
(*พญานาคทั้งแปด ๑.นันทนาคราช ๒.อุปนันทนาคราช ๓.สาครนาคราช ๔.วาสุกินาคราช ๕.ตักษกนาคราช ๖.อนวตัปตนาคราช ๗.มนัสวีนาคราช ๘.อุตปลกนาคราช)
        
       ศิษย์ทุกคน น้ำทะเลที่ว่าเยอะ พอถึงเวลาขึ้นก็เอ่อขึ้นเต็มที่ มีเวลาขึ้น มีเวลาลง แต่ปากที่อยู่ใต้จมูก ไม่มีพื้นที่สิ้นสุด ไม่มีวันที่จะถมเต็มได้ มักกล่าวกันว่า "เนื้อ ปลา หอมหวาน เอร็ดอร่อย" นั่นเป็นเพียงเวทนาสัมผัสจากลิ้นสั้นๆ ไม่กี่นิ้ว รับรู้ลิ้มรสความสุขแลความพอใจ หลังจากกลืนลงไป แล้วก็ไม่มีความรู้สึกใดอีก แต่กลับเพิ่มเหตุต้นผลกรรมขึ้นมา

       ผลร้ายจากการโลภอยากกินเพื่อปากท้อง ก่อหนี้กรรมดั่งภูเขา กรรมเก่ายังไม่หมดกลับสร้างกรรมใหม่อีก กลืนกินทุกชาติกรรมสนองกรรม ดังนั้นหนี้สินเวรกรรมตามทวงกันไม่ทราบเมื่อไหร่จึงจะจบสิ้น มักกล่าวกันว่า ปลูกเหตุอะไรไว้มักได้ผลตามที่ปลูก ปลูกเหตุจากการฆ่าย่อมได้ผลคือถูกฆ่า ชาตินี้กินเนื้อเวไนย ก่อเหตุเลวร้ายชาติต่อไปเป็นเนื้อบนเขียงให้เขาสับ ให้เขาฆ่า เชือดเฉือนตามอำเภอใจ ไม่มีทางหลีกหนีได้

      ในปัจจุบัน ประเทศต่อประเทศต่างแก่งแย่งกัน ซุ่มสร้างอาวุธสงคราม ก่อกรรมทำเข็ญ แข่งขันกันสร้างเครื่องมือประหัตประหาร โลกทั้งโลกตลบอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งการฆ่า อันตรายรอบด้าน มีความรู้สึกไม่ปลอดภัย มีความรู้สึกไม่สงบสุข นี่เพราะเหตุใด นี่เพราะ...หลายกัปผ่านมา เวไนยได้ฆ่าและกินเนื้อสั่งสมกรรมมากมาย ทำกรรมจากการฆ่า กรรมสนองกรรม

      ปัจจุบันเกิดภัยพิบัติต่อเนื่อง เกิดเหตุวุ่นวายไม่เป็นสุข ไม่ใช่ลมพายุวาตภัยก็เป็นภัยแล้ง ไม่ใช่แผ่นดินไหวก็เกิดแมลงทำลายพืชผล รวมทั้งสงครามเกิดขึ้นทุกหัวระแหง ที่นี่หยุดที่นั่นเกิด ทั้งสงครามกองโจร สงครามศาสนา (ไปยาลใหญ่) ทั้งหมดนี่เพราะเวไนยไม่รู้จักถนอมรักษาชีวิต ถนอมรักษ์ชีวิตของตนเอง ถนอมรักษ์ชีวิตของผู้อื่น ถนอมรักษ์ชีวิตของเวไนย

     เมื่อไม่ถนอมจึงเกิดการตีกัน ฆ่ากัน ทั้งหมดเพราะเวไนยไม่ใช้จิตเมตตาเป็นที่ตั้ง ไม่ใช้จิตเมตตาปฏิบัติต่อผู้อื่น ดังนั้น จึงเกิดภัยพิบัติขึ้น เกิดเคราะห์ร้าย สรุปทั้งหมดคือขาดความเมตตา ไม่มีคุณธรรม วันนี้คนที่ถือศีลกินเจ อยู่ในระหว่างฟูมฟักปลูกฝังคุณธรรม เมตตาธรรม เกิดจิตดีงาม

ท่านเอวี๋ยนอวิ๋นฉันซือ มีโศลกที่ห้ามกินเนื้อสัตว์ว่า...
ร้อยพันปี กินเลือดเนื้อ ในชามแกง
แค้นรุนแรง ดั่งทะเล ยากสงบ
ภัยสงคราม โลกนี้ ไยพานพบ
ยามค่ำพลบ ยินเสียงร้อง ก้องโรงฆ่า

     เพราะว่าโลกนี้มีสิ่งต่างๆ ที่ไม่สะอาดหมดจด มีการฆ่า ลักขโมย ผิดศีลกาเม โกหกหลอกลวง ดื่มสุรา จึงเกิดภัยสงคราม วาตภัย ภัยแล้ง โรคระบาดร้ายแรง ฯลฯ เกิดความทุกข์ยากลำบากให้เวไนยต้องรับผล เหมือนกับเกิดไม่รู้จักจบจักสิ้น

     ศิษย์ทุกคนจะต้องรู้ สถานที่ที่ทำการฆ่ามาก กินเนื้อสัตว์มาก วิญญาณที่ถูกฆ่าโดยไม่มีความผิด รวมกันโดยไม่สลาย นี่คือ "กรรมร่วม" ขณะที่กรรมร่วมเกาะกันแน่น โอกาสเหมาะ ถึงวาระปะทุขึ้น จึงก่อเกิดภัยพิบัติเนืองๆ ดังนั้น ภัยพิบัติความทุกข์ยากของเวไนย ยากหลีกเลี่ยงเพราะว่าเวไนยล้วนก่อกรรมร่วม ยังมีโทษทัณฑ์ของตนเอง ความผิดพลาดมากมาย ฯลฯ

     เหตุต้นผลกรรมของบาปเวร  ยังพอมีวิธีที่จะผ่อนผันได้ ก่อนอื่นต้อง"เลิกเครื่องมือฆ่า" ที่ว่าเลิกเครื่องมือฆ่า คือ ต้องถือศีลกินเจ ห้ามฆ่าสัตว์ ให้ปล่อยชีวิตสัตว์ สร้างบุญก่อเกิดบุญวาสนา เจริญปณิธาน"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เมนูอาหารเจ เทศกาลกินเจ

รวบรวม...เมนูอาหารเจอร่อยๆ สูตรอาหารเจง่ายๆ

เทศกาลกินเจ อาหารเจ เมนูอาหารเจอร่อยๆ  รวบรวม... เมนูอาหารเจอร่อยๆ  สูตรอาหารเจง่ายๆ  ที่เว็บบล็อก   คลิ๊ก >>>   อ...

บทความที่ได้รับความนิยม